แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - siritidaphon

หน้า: [1] 2 3 ... 56
1
สร้างอาชีพจากสูตรยำรสเด็ด ทำขายลูกค้าติดใจ

ยำรสเด็ดเป็นเมนูที่ขายง่าย กำไรดี และถูกปากคนไทยแน่นอนค่ะ มาดูสูตรยำรสเด็ดที่รับรองว่าลูกค้าติดใจ พร้อมเคล็ดลับเพิ่มเติมในการทำขายกันเลยค่ะ

สูตรน้ำยำรสเด็ด (สำหรับยำ 1 ที่):

สูตรนี้เป็นสูตรพื้นฐานที่สามารถนำไปปรับใช้กับยำได้หลากหลายชนิดค่ะ

พริกขี้หนูสด 5-10 เม็ด (ปรับได้ตามความชอบ)

กระเทียม 2-3 กลีบ

รากผักชี 1 ราก

น้ำปลา 2-3 ช้อนโต๊ะ

น้ำมะนาว 3-4 ช้อนโต๊ะ

น้ำตาลทราย 1-2 ช้อนโต๊ะ

น้ำเปล่า 2-3 ช้อนโต๊ะ (สำหรับละลายน้ำตาล)

วิธีทำน้ำยำ:

โขลกพริกขี้หนู กระเทียม และรากผักชีให้ละเอียด

ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะนาว และน้ำตาลทราย

เติมน้ำเปล่าเล็กน้อยเพื่อละลายน้ำตาลและปรับความข้นของน้ำยำ

ชิมรสให้เปรี้ยว เผ็ด เค็ม หวาน กลมกล่อม

ตัวอย่างเมนูยำยอดนิยม และเคล็ดลับเพิ่มเติม:

ยำวุ้นเส้น:

ส่วนผสมเพิ่มเติม: วุ้นเส้นลวก, หมูสับลวก, กุ้งลวก, ปลาหมึกลวก, หอมใหญ่, มะเขือเทศ, ขึ้นฉ่าย

เคล็ดลับ: ลวกวุ้นเส้นให้สุกพอดี ไม่เละ, คลุกเคล้าส่วนผสมกับน้ำยำให้เข้ากันดี

ยำมาม่า:

ส่วนผสมเพิ่มเติม: บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปลวก, หมูสับลวก, ไส้กรอก, ลูกชิ้น, ผักตามชอบ

เคล็ดลับ: ลวกมาม่าพอให้เส้นนุ่ม, ปรุงรสน้ำยำให้จัดจ้าน

ยำทะเล:

ส่วนผสมเพิ่มเติม: กุ้งลวก, ปลาหมึกลวก, หอยลวก, ปูอัด, หอมใหญ่, มะเขือเทศ, ขึ้นฉ่าย

เคล็ดลับ: ใช้อาหารทะเลสดใหม่, ลวกอาหารทะเลให้สุกพอดี

ยำหมูยอ:

ส่วนผสมเพิ่มเติม: หมูยอ, หอมใหญ่, มะเขือเทศ, ขึ้นฉ่าย

เคล็ดลับ: เลือกหมูยอคุณภาพดี, ซอยหมูยอให้มีขนาดพอดีคำ

ยำไก่ย่าง:

ส่วนผสมเพิ่มเติม: ไก่ย่าง, หอมแดง, แตงกวา, ผักชีฝรั่ง

เคล็ดลับ: ย่างไก่ให้หอม หนังกรอบ, หั่นไก่เป็นชิ้นพอดีคำ

เคล็ดลับการทำยำให้อร่อย:

วัตถุดิบสดใหม่: เลือกใช้วัตถุดิบสดใหม่ โดยเฉพาะพริกขี้หนู มะนาว และผัก

ปรุงรสจัดจ้าน: รสชาติของยำที่ดีต้อง เปรี้ยว เผ็ด เค็ม หวาน กลมกล่อม

น้ำยำเข้มข้น: น้ำยำควรมีรสชาติเข้มข้น เพื่อให้ยำมีรสชาติอร่อย

คลุกเคล้าเบาๆ: คลุกเคล้าส่วนผสมกับน้ำยำเบาๆ เพื่อไม่ให้ช้ำ

จัดเสิร์ฟทันที: ยำควรกินทันทีหลังทำเสร็จ เพื่อความสดใหม่และอร่อย

ไอเดียสร้างรายได้จากเมนูยำ:

ขายยำออนไลน์: รับทำยำตามออเดอร์ และจัดส่ง

ขายยำเดลิเวอรี่: ขายยำผ่านแอปพลิเคชันส่งอาหาร

ขายยำในตลาดนัด: ขายยำในตลาดนัดหรือถนนคนเดิน

ทำยำเป็นอาหารกล่อง: ทำยำใส่กล่องพร้อมข้าวสวย

รับจัดเลี้ยงยำ: รับจัดเลี้ยงยำในงานต่างๆ

ยำเป็นเมนูที่ทำง่าย มีต้นทุนไม่สูง และสามารถปรับเปลี่ยนได้หลากหลาย หากคุณมีสูตรน้ำยำรสเด็ดและใส่ใจในคุณภาพ รับรองว่ายำของคุณจะเป็นที่ชื่นชอบของลูกค้า และสร้างรายได้ให้คุณได้อย่างแน่นอนค่ะ!

2
โรคไต ไม่ได้เกิดจากการรับประทานอาหารรสเค็มอย่างเดียว

สาเหตุการเกิดโรคไต

การรับประทานอาหารรสเค็มเป็นเพียงสาเหตุหนึ่งที่กระตุ้นให้เกิดโรคไต แต่ยังมีสาเหตุของการเกิดโรคไตที่สำคัญอีกหลายอย่าง เช่น

    โรคประจำตัวของคนไข้ เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะเรื้อรัง โรคนิ่ว
    ระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง เกี่ยวกับโรคพุ่มพวง (โรคที่เกิดจากภาวะที่ร่างกายสร้างสารภูมิคุ้มกันต้านทานผิดปกติ)
    การรับประทานยา อาหารเสริม หรือสมุนไพรที่ไม่มีคุณภาพ เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดโรคไตในผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น คนไข้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงอยู่แล้ว เมื่อรับประทานอาหารเสริมที่มีเกลือ โซเดียม จึงไปกระตุ้นให้ความดันสูงขึ้นจนไม่สามารถควบคุมได้ หรือในอาหารที่มีโปแตสเซียม ฟอสฟอรัสสูง ก็จะทำให้เกิดค่าแร่ธาตุในร่างกายผิดปกติ
    การถ่ายทอดทางพันธุกรรม คือ โรคถุงน้ำในไต พบประมาณ 1 ใน 800 คน ถึง 1 ใน 1,000 คน ของประชากรในประเทศ โดยการถ่ายทอดทางพันธุกรรมของยีนเด่น คือ พ่อหรือแม่คนใดคนหนึ่งเป็นโรคนี้ สามารถถ่ายทอดโรคสู่รุ่นลูกได้

 พบแพทย์ตั้งแต่เกิดโรคไตระยะแรกๆ ช่วยชะลอการเจ็บป่วยได้

เพราะคนไข้ที่เป็นโรคไตระยะแรกเริ่มจะไม่แสดงอาการ ซึ่งแตกต่างจากระยะท้ายๆ ที่สามารถสังเกตความผิดปกติได้อย่างชัดเจน ทีมอายุรแพทย์โรคไต โรงพยาบาลพญาไท นวมินทร์ เราจึงมีวิธีการตรวจอย่างเป็นระบบ เริ่มจากการซักประวัติ ตรวจเลือดเพื่อดูค่า GFR ว่าไตสามารถทำหน้าที่กรองของเสียออกจากร่างกายได้กี่เปอร์เซ็นต์ การตรวจปัสสาวะ ตรวจด้วยวิธีอัลตร้าซาวด์ KUB เพื่อดูเนื้อไต และการตรวจเพิ่มเติมตามสาเหตุของคนไข้แต่ละบุคคล โดยโรคไตแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ

    โรคไตแบบฉับพลัน มีโอกาสหายได้เมื่อทำการรักษาตรงตามสาเหตุอย่างถูกต้อง เช่น การควบคุมความดันในคนไข้ที่มีโรคความดัน ควบคุมระดับน้ำตาลในคนไข้โรคเบาหวาน
    โรคไตแบบเรื้อรัง คนไข้ส่วนใหญ่จะเป็นตลอดชีวิต สามารถแบ่งลักษณะอาการออกเป็น 5 ระยะ คือ
        ระยะที่ 1 มีค่าการทำงานของไต (GFR) มากกว่า 90 ไตอยู่ในภาวะปกติแต่เริ่มมีความเสื่อมเกิดขึ้น รักษาด้วยการควบคุมอาหาร ออกกำลังกาย และรักษาโรคประจำตัว
        ระยะที่ 2 มีค่าการทำงานของไต (GFR) น้อยกว่า 90 ไตเสื่อม รักษาด้วยการควบคุมอาหาร ออกกำลังกายตามคำแนะนำของแพทย์ และติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง
        ระยะที่ 3 มีค่าการทำงานของไต (GFR) น้อยกว่า 60 ไตเสื่อมมากขึ้น การทำหน้าที่กรองของเสียลดลง รักษาด้วยการควบคุมอาหาร ออกกำลังกายตามคำแนะนำของแพทย์ ตรวจโปรตีนในปัสสาวะ และติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง
        ระยะที่ 4 มีค่าการทำงานของไต (GFR) น้อยกว่า 30 ควรรีบพบแพทย์เพื่อทำการรักษา แพทย์จะรักษาด้วยการควบคุมอาหาร ให้ออกกำลังกายตามคำแนะนำของแพทย์ ตรวจเลือดและปัสสาวะติดตามอาการทุก 3 หรือ 6 เดือน
        ระยะที่ 5 มีค่าการทำงานของไต (GFR) น้อยกว่า 15 เกิดภาวะไตวาย ไตไม่สามารถทำงานได้ ต้องรักษาด้วยการฟอกเลือดเมื่อค่า GFR ต่ำกว่า 9, หรือทำการผ่าตัดเปลี่ยนถ่ายไต

คนไข้ควรรีบพบอายุรแพทย์โรคไต เมื่อมีอาการ

    ขาบวม ผิดปกติ
    ปัสสาวะผิดปกติ ติดขัด มีสีขุ่น มีเลือดปนออกมา
    ปวดสีข้างร้าวไปหลัง หรือปวดร้าวมาถึงขาหนีบ
    มีความดันสูง ต้องรับประทานยาหลายชนิด
    ภาวะโลหิตจาง อ่อนเพลีย ไม่มีแรง

อาการเหล่านี้ เป็นสัญญาณของโรคไตในระยะที่ 3 ขึ้นไป จึงไม่ควรปล่อยให้ลุกลาม รุนแรงกว่าเดิม สำหรับในระยะที่ 1-2 สามารถตรวจพบได้ แม้ว่าจะยังไม่แสดงอาการ แต่เมื่อพบโรคในระยะแรกๆ ก็จะช่วยให้ได้ผลการรักษาที่ดี มีโอกาสฟื้นตัวได้เร็ว เพราะโรคไตมีภาวะการอักเสบในร่างกายมาก มีความเสี่ยงเท่ากับคนไข้โรคเบาหวาน จึงสามารถพัฒนาเป็นโรคเรื้อรังชนิดอื่นได้ เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมองตีบ การเกิดแผลเรื้อรังที่ขาและเท้าดำ

คำแนะนำจากอายุรแพทย์โรคไต ในการรักษาโรคไตและดูแลสุขภาพให้ปลอดภัยจากโรค

    ตรวจสุขภาพ คัดกรองโรคไตเป็นประจำทุกปี เมื่อมีอายุ 60 ปีขึ้นไป รวมถึงคนไข้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดัน
    รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่
    ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์ ครั้งละประมาณ 30-40 นาที
    ดื่มน้ำให้เพียงพอ วันละประมาณ 2-3 ลิตร
    งดการสูบบุหรี่ งดการดื่มแอลกอฮอล์
    พยายามอย่ากลั้นปัสสาวะ เพราะอาจนำไปสู่การติดเชื้อเรื้อรังได้
    ไม่ควรรับประทานยาที่มีพิษต่อไต หรืออาหารเสริม และยาสมุนไพรที่ไม่ได้มาตรฐาน

3
ดอกบัวในโถแก้ว: วิธีทำดอกไม้แห้งง่ายๆ เก็บดอกไม้และความทรงจำให้ชัดเจน

4 วิธีทำดอกไม้แห้งง่ายๆ ทำได้ที่บ้าน เพื่อให้เราได้นำดอกไม้ที่ได้รับมาในโอกาสพิเศษต่างๆ จะปล่อยให้ร่วงโรยจนต้องทิ้งไปในที่สุดก็น่าเสียดายมากๆจริงไหมคะ ขอแนะนำให้คุณใช้ 4 วิธีนี้ในการเก็บรักษาดอกไม้ ช่วยเก็บรักษาความทรงจำและช่วงเวลาดีๆ ในตอนที่ได้รับดอกไม้ได้อย่างดีเลยค่ะ

4 วิธีทำดอกไม้แห้ง

    ดอกไม้แห้งจากสเปรย์เซ็ตผม
    ดอกไม้แห้งจากการตากแบบคว่ำหัว
    ดอกไม้แห้งจากการทับดอกไม้
    ดอกไม้แห้งจากสารดูดความชื้น

ดอกไม้แห้งจากสเปรย์เซ็ตผม

วิธีที่ง่ายที่สุดสำหรับการเก็บรักษาดอกไม้สดก็คือการใช้สเปรย์เซ็ตผมมาฉีดไปที่ดอกไม้นั่นเองค่ะ เป็นสิ่งของที่หลาย ๆ คนมีติดบ้านกันอยู่แล้ว และหาซื้อไม่ยากเลยค่ะ เพียงแค่นำสเปรย์เซ็ตผมที่มาฉีดลงบนดอกไม้ให้ทั่ว 2-3 รอบ ก็จะช่วยถนอมดอกไม้ของเราให้เก็บได้นานขึ้นแล้วค่ะ โดยจะต้องดูให้มั่นใจเลยนะคะว่าฉีดสเปยร์จนทั้วทุกซอกทุกมุมของดอกไม้แล้ว

ในการเลือกสเปรย์เซ็ตผมนั้น หากเป็นสเปรย์ที่ไม่ได้มีความมันวาวก็จะทำให้ดอกไม้ยังดูเป็นธรรมชาติอยู่นะคะ แต่ใครที่ชอบความวาวล่ะก็ จะเลือกใช้สเปรย์เซ็ตผมที่ทำให้มีความมันวาวก็ได้เหมือนกันค่ะ แถมการใช้สเปรย์เซ็ตผมมาฉีด นี้ยังใช้เป็นขั้นตอนสุดท้ายร่วมกับวิธีการทำดอกไม้แห้งอีกสามวิธีที่เรานำมาฝากทุกคนในวันนี้ได้อีกด้วยนะคะ

ดอกไม้แห้งจากการตากแบบคว่ำหัว

วิธีการตากดอกแบบคว่ำหัวเป็นอีกหนึ่งวิธีง่ายๆในการตากแห้งดอกไม้ แต่วิธีนี้ จะใช้เวลานานสักหน่อยนะคะ วิธีการตากแห้งดอกไว้แบบคว่ำก็ง่ายมากๆ เพียงแค่เราถูกก้านของดอกไม้เข้าไม้ด้วยกันเป็นช่อเล็กๆ หรือจะเป็นดอกเดี่ยวๆ ก็ได้ แล้วนำมาผูกขึงให้ห้อยหัวลงไว้ แล้วนำไปตั้งตากในที่ที่มีแดดและอากาศถ่ายเทสะดวกแล้วรอจนดอกไม้แห้งก็เป็นอันใช้ได้ค่ะ

วิธีนี้ช่วยให้คงความงามของรูปทรงดอกไม้ได้ดี ดอกไม้ที่เหมาะจะนำมาทำให้แห้งด้วยวิธีนี้คือดอกไม้ที่มีกลีบค่อนข้างหนา เพราะดอกไม้ที่มีกลีบบางเมื่อนำมาตากแบบนี้ กลีบอาจจะหลุดร่วง หรือไม่ก็เหี่ยวย่นไม่สวยงามค่ะ ระยะเวลาในการตากนั้นจะขึ้นอยู่กับความหนาและขนาดของดอกไม้ รวมถึงสภาพอากาศด้วยค่ะ  และเมื่อตากจนแห้งแล้ว นำสเปรย์เซ็ตผมมาฉีดทับเพื่อทำให้ดอกไม้แห้งมีความทนทานมากขึ้นได้อีกนะคะ

ดอกไม้แห้งจากการทับดอกไม้

ดอกไม้แห้งจากการทับดอกไม้เป็นการทำดอกไม้แห้งนั้นถือเป็นวิธีสุดคลาสสิคในการเก็บดอกไม้ให้เป็นดอกไม้แห้ง โดยจะใช้หนังสือหรือสมุดหนาๆในการทับนั่นเองค่ะดอกไม้ที่ได้จะไม่ได้คงรูปทรงของดอกไม้ แต่จะมีความแบนแทนนะคะ

วิธีทำก็ง่ายมากๆ หากจะทับดอกไม้ในหนังสือล่ะก็ แค่เลือกหนังสือที่มาความหนาและหนัก และมีกระดาษด้านๆ ไม่มันวาวก็พอค่ะ หากใครที่ไม่มีหนังสือล่ะก็ เพียงแค่นำดอกไม้มาวางเรียงบนกระดาษที่มาความด้าน แล้วนำกระดาษอีกใบมาวางกระกบ แล้วทับด้วยของที่มีน้ำหนักกระจายเท่ากันทั่วๆอย่างกล่องใส่ของหรือไม้กระดานก็ได้นะคะ

ดอกไม้แห้งจากสารดูดความชื้น

วิธีสุดท้ายในของการทำดอกไม้แห้งก็คือการนำดอกไม้สดมาเก็บหรือแช่กับสารดูดความชื้น หรือ ซิลิก้าเจล (Silica Gel) นั่นเองค่ะ ซึ่งการสูดความชื้นนี้เราสามารถหาได้ตามถุงขนมหรือของใช้ต่างๆนั่นเอง หรือจะหาซื้อตามร้านทำสวน หรือร้านอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ก็ได้เช่นกันค่ะ แม้จะมีราคาสูงสักหน่อย แต่สามารถใช้ได้หลายครั้ง คุ้มค่าแน่นอนค่ะ

วิธีทำก็ง่ายนิดเดียว เพียงแค่เรานำซิลิก้าเจลมาใส่ในกล่องที่มาฝาปิดแล้วนำดอกไม้ที่เราอยากจะทำให้แห้งมาแช่ไว้ในกล่องนั้นให้โคนดอกไม้ หรือ ทั้งดอกไม้จมลงไปในซิลิก้าเจลเลยนะคะ เมื่อแช่ไว้จนดอกไม้แห้งแล้วก็ให้นำออกมาแล้วปัดซิลิก้าเจลออกให้หมดด้วยแปรงก็เป็นอันเสร็จ ส่วนระยะเวลาในการแช่ดอกไม้ในสารดูดความชื้นนั้นจะใช้เวลาประมาณ 2-4 วัน หรือถ้าดอกไม้มีความหนาและขนาดใหญ่มากๆ ก็อาจจะใช้เวลาเป็นอาทิตย์ได้ค่ะ แต่ถ้าใครอยากจะฉีดสเปรย์ทับลงไปสักหน่อยเพื่อให้ดอกไม้แห้งทนทานมากขึ้นก็ทำได้เลยค่ะ

หวังว่าเพื่อนๆจะชอบวิธีการทำดอกไม้แห้งที่เรานำมาฝากเพื่อนๆ ในวันนี้กันนะคะ แต่ละวิธีเราคัดเลือกมาแล้วว่าทำง่ายมากๆ แถมวัสดุอุปกรณ์ก็หาง่ายด้วยนะคะ ไม่ยุ่งยากเลยจริงๆ อย่าลืมนำวิธีพวกนี้ไปใช้ในการเก็บรักษาดอกไม้ที่ได้จากคนสำคัญกันนะคะ เพื่อให้ได้เก็บภาพความทรงจำและเวลาดีๆไว้ในดอกไม้แห้งนั่นเอง

4
หมอออนไลน์: ข้อเสื่อม (Osteoarthritis) ข้อเข่าเสื่อม

สาเหตุ

มีการสึกกร่อนของกระดูกอ่อนที่บุอยู่บนผิวข้อกระดูก ซึ่งทำหน้าที่ลดแรงกระแทก เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างและสารเคมีภายในข้อ ในที่สุดทำให้ผิวข้อกระดูก 2 ด้านที่สึกกร่อนและขรุขระ มีการเบียดหรือเสียดสีกันโดยตรง และเกิดการอักเสบเรื้อรังภายในข้อกระดูก

ขณะเดียวกันก็เกิดกระบวนการซ่อมแซมของข้อ ทำให้มีหินปูนหรือปุ่มงอก (osteophytes) เกาะรอบ ๆ ผิวข้อ ซึ่งมีบางส่วนแตกหักหลุดเข้าไปในข้อ ขัดขวางการเคลื่อนไหวของข้อ การเปลี่ยนแปลงทั้งหมดดังกล่าวทำให้มีอาการปวดข้อ ข้อติด ข้อแข็ง และเคลื่อนไหวลำบาก

พบว่ามีปัจจัยเสี่ยงหลายประการที่ทำให้เกิดโรคนี้ เช่น

    อายุและเพศ ภาวะข้อเสื่อมมักเกิดในผู้สูงอายุ ส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิงอายุมากกว่า 50 ปี หรือหลังวัยหมดประจำเดือน (เกี่ยวกับการพร่องฮอร์โมนเอสโทรเจน) แต่ในกลุ่มผู้ป่วยที่มีอายุน้อยกว่า 50 ปีจะพบในผู้ชายมากกว่า
    กรรมพันธุ์ ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคข้อเสื่อมชนิดหลายข้อ หรือข้อเสื่อมตั้งแต่อายุน้อย มีโอกาสที่จะเกิดข้อเสื่อมได้เร็วขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มที่มีข้อนิ้วมือเสื่อม จะพบว่าสามารถถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ได้มากกว่ากลุ่มที่มีข้อเข่าเสื่อม
    ความอ้วน ทำให้เกิดแรงกดดันต่อข้อเข่าและสะโพก เกิดการเสื่อมได้เร็วขึ้น นอกจากนี้เนื้อเยื่อไขมันส่วนเกินยังสร้างสารเคมี (กลุ่ม cytokines) ซึ่งทำให้เกิดการอักเสบภายในและรอบ ๆ ข้อ ทำให้ข้อถูกทำลาย
    การได้รับบาดเจ็บ (เช่น การวิ่ง การเล่นกีฬา) ที่มีการกระแทกต่อข้อเข่า
    การใช้ข้อมากหรือซ้ำ ๆ อยู่นาน ๆ เช่น การก้ม การนั่งงอเข่า การเดินขึ้นลงบันได การยืนนาน ๆ การยกของหนัก จะทำให้เกิดแรงกดดันต่อข้อต่อ เป็นเหตุให้ข้อเสื่อมได้
    กล้ามเนื้ออ่อนแอ เช่น กล้ามเนื้อต้นขา (quadriceps) อ่อนแอ อาจทำให้ข้อเข่าเสื่อมเร็ว
    เป็นโรคข้ออักเสบเรื้อรัง เช่น โรคปวดข้อรูมาตอยด์ เกาต์
    การติดเชื้อ เช่น ข้ออักเสบจากการติดเชื้อแบคทีเรีย
    ข้อมีความผิดปกติมาแต่กำเนิด

อาการ

ลักษณะที่พบได้ทั่วไปสำหรับโรคข้อเสื่อมไม่ว่าจะเกิดตรงตำแหน่งใดก็คือ ผู้ป่วยจะมีอาการปวดข้อ ข้อติด (ข้อแข็ง) หรือขยับได้ไม่สุด อาการปวดข้อมีลักษณะค่อยเป็นค่อยไป และเรื้อรังเป็นแรมเดือนแรมปี โดยมักไม่พบลักษณะอักเสบ (บวมแดงร้อน) ของข้อชัดเจน และไม่มีไข้ อาการปวดข้อมักจะไม่รุนแรง จะปวดเวลามีการใช้ข้อและทุเลาเมื่อพัก

อาการข้อแข็งหรือข้อติด ขยับลำบาก มักเกิดขึ้นเวลาตื่นนอนตอนเช้า หรือเมื่อหยุดพัก ไม่ได้ใช้ข้ออยู่ระยะหนึ่ง ซึ่งจะเป็นอยู่ไม่เกิน 30 นาที หลังจากมีการเคลื่อนไหวข้อก็จะทุเลาไปเอง

อาการปวดข้อและข้อติดมักจะเป็นเวลาอากาศเย็นชื้น หรืออากาศเปลี่ยนแปลง เนื่องจากแรงดันในข้อมีการเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย

นอกจากนี้ข้อที่เสื่อมแต่ละตำแหน่งยังมีลักษณะอาการเฉพาะดังนี้

    ข้อนิ้วมือเสื่อม ในระยะแรกจะมีอาการปวดและชาตามข้อ อาการปวดจะทุเลาไปได้เองภายใน 1 ปีหลังเริ่มมีอาการ และอาจกำเริบซ้ำหากมีการใช้ข้อมากเกิน นอกจากนี้มักเกิดปุ่มกระดูกที่ข้อต่อ เรียกว่า ปุ่มเฮเบอร์เดน (Heberden node) ซึ่งไม่มีอาการเจ็บปวด แต่อาจทำให้จำกัดการเคลื่อนไหวของข้อ และทำให้ดูไม่สวยงาม
    ข้อกระดูกสันหลังเสื่อม จะมีอาการปวดที่ต้นคอหรือปวดหลังตรงกระเบนเหน็บ และอาจมีอาการปวดร้าวลงมาที่แขนหรือขา (ดู "โพรงกระดูกสันหลังแคบ" และ "กระดูกคอเสื่อม")
    ข้อสะโพกเสื่อม มักมีอาการปวดสะโพก อาจปวดร้าวไปที่ขาหนีบ ก้น หรือเข่า เวลายืนหรือเดินนาน ๆ ขึ้นลงบันได และทุเลาเมื่อพัก ข้อสะโพกมีอาการติดขัดขยับได้ไม่เต็มที่
    ข้อเข่าเสื่อม (ซึ่งพบได้บ่อยในผู้หญิงอายุมากกว่า 50 ปี หรือคนอ้วน) อาจมีอาการที่เข่าเพียงข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้ง 2 ข้างก็ได้ จะมีอาการปวดเข่าเวลาเคลื่อนไหว และทุเลาเมื่อพัก จะปวดมากเวลายืนหรือเดินนาน ๆ เดินขึ้นลงบันได หรือเวลางอเข่า (เช่น นั่งยอง ๆ คุกเข่า พับเพียบ ขัดสมาธิ ซึ่งทำให้ผิวข้อที่ขรุขระเบียดกันมาก เกิดอาการปวดจนบางครั้งไม่สามารถงอเข่าได้) บางครั้งอาจมีอาการปวดที่บริเวณต้นขาและน่อง เนื่องจากกล้ามเนื้อเกร็งตัว เวลาเคลื่อนไหวข้อเข่าจะมีเสียงดังกรอบแกรบ

เนื่องจากมีการเสียดสีของผิวข้อที่ขรุขระ หรือมีอาการติดขัดเนื่องจากปุ่มงอกที่หักหลุดเข้าไปขัดอยู่ในข้อ

ผู้ป่วยมักมีอาการข้อติดข้อแข็งหลังตื่นนอนตอนเช้า หรือนั่งหรือยืนอยู่ในท่าเดิมนาน ๆ และหลังจากขยับข้อหรือลุกเดินอาการจะทุเลาไปภายในเวลาไม่เกิน 30 นาที

ระยะแรกจะมีอาการเป็น ๆ หาย ๆ แล้วค่อย ๆ เป็นมากขึ้น จนในที่สุดจะปวดรุนแรงหรือปวดตลอดเวลา

เมื่อข้อเข่าเสื่อมรุนแรง ผู้ป่วยจะมีอาการขาโก่ง เดินไม่ถนัด เดินคล้ายขาสั้นข้างยาวข้าง เนื่องจากลงน้ำหนักไม่เต็มที่ หรือเอนตัวเพราะเจ็บเข่าข้างหนึ่ง บางรายเดินกะเผลกหรือโยนตัวเอนไปมา หรืออาจงอและเหยียดเข่าลำบาก บางรายอาจมีกล้ามเนื้อขาลีบลง

ในรายที่มีกล้ามเนื้อรอบเข่าอ่อนแรง ก็จะมีอาการเข่าอ่อนเข่าทรุด อาจทำให้พลัดตกหกล้มได้

ภาวะแทรกซ้อน

ในรายที่ข้อกระดูกสันหลังเสื่อมรุนแรง อาจทำให้เกิดโพรงกระดูกสันหลังแคบ หรือกระดูกคองอกกดรากประสาท

ในรายที่ข้อเข่าและข้อสะโพกเสื่อมรุนแรง อาจทำให้เดินไม่ถนัด หรือเข่าอ่อน เข่าทรุด หกล้มได้

การวินิจฉัย

แพทย์จะวินิจฉัยจากอาการและสิ่งตรวจพบ ดังนี้

ในรายที่เริ่มมีข้อเสื่อมระยะแรก อาจตรวจไม่พบสิ่งผิดปกติชัดเจน

เมื่อเป็นเรื้อรังมานาน อาจตรวจพบข้อขยับได้ไม่สุดหรือข้อติดขัด เวลาจับข้อ (เข่าหรือสะโพก) โยกไปมาจะได้ยินเสียงดังกรอบแกรบ

อาจพบปุ่มกระดูก (ปุ่มเฮเบอร์เดน) ที่ข้อนิ้วมือหลายนิ้ว หรืออาจคลำได้ปุ่มงอกที่ข้อเข่า

สำหรับข้อเข่าที่เสื่อมรุนแรง อาจพบขาโก่ง 2 ข้าง เดินกะเผลก บางครั้งอาจพบข้อบวมเนื่องจากมีน้ำอยู่ในข้อโดยไม่มีอาการอักเสบแดงร้อนร่วมด้วย (ถ้าข้อมีอาการบวม แดง ร้อน มักเกิดจากสาเหตุอื่น)

สำหรับข้อสะโพกเสื่อม อาจตรวจพบขา 2 ข้างยาวไม่เท่ากัน เนื่องจากข้อข้างที่เสื่อมเคลื่อนหลุดจากเบ้าสะโพก

แพทย์จะทำการวินิจฉัยให้แน่ชัดโดยการเอกซเรย์ ถ่ายภาพด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI)

การรักษาโดยแพทย์

แพทย์จะให้การดูแลรักษา ดังนี้

1. ถ้ามีอาการปวด ให้พักข้อที่ปวด (เช่น อย่าเดินมาก ยืนมาก หรือเดินขึ้นลงบันได นั่งเหยียดเข่าข้างที่ปวด อย่านั่งงอเข่า) และใช้น้ำแข็งหรือน้ำอุ่นจัด ๆ ประคบ ทานวดด้วยยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ ถ้ายังปวดให้กินพาราเซตามอลบรรเทาเป็นครั้งคราว

ถ้ามีอาการปวดมาก จะให้กินยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ในขนาดต่ำสุด นาน 3-5 วัน ไม่ควรกินติดต่อกันนาน ๆ และควรระมัดระวังในการใช้ยานี้ในผู้สูงอายุและผู้ที่เป็นโรคแผลเพ็ปติก ถ้าจำเป็นต้องใช้ยากลุ่มนี้ติดต่อกันหลายวัน จะให้ยาป้องกันโรคแผลเพ็ปติก เช่น โอเมพราโซล ครั้งละ 20 มก. วันละ 2 ครั้ง

2. พยายามหลีกเลี่ยงสิ่งที่จะทำให้อาการปวดข้อกำเริบ (โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อเข่า) เช่น ห้ามยกของหนัก หรือหาบน้ำ หิ้วน้ำ อย่ายืนนาน อย่านั่งคุกเข่า (นั่งถูพื้นหรือซักผ้า) นั่งพับเพียบ หรือขัดสมาธิ พยายามนั่งบนเก้าอี้หรือนั่งในท่าเหยียดเข่าตรง

เวลาสวดมนต์ ไหว้พระ ฟังเทศน์ หรือประกอบกิจทางศาสนา ควรหลีกเลี่ยงการนั่งงอเข่า ควรนั่งเก้าอี้หรือยืน

ควรหลีกเลี่ยงการนั่งซักผ้าในท่างอเข่า และการนั่งส้วมซึมแบบยอง ๆ ถ้าเป็นไปได้ควรใช้ส้วมชักโครก หรือใช้เก้าอี้เจาะช่องตรงกลางนั่งคร่อมบนส้วมซึม

หลีกเลี่ยงการเดินขึ้นลงบันได* ถ้าเป็นไปได้ควรย้ายห้องนอนลงมาชั้นล่าง

ถ้าพื้นบ้านมีการยกสูงต่างระดับกัน ทำให้เวลาเดินต้องงอเข่ามาก ก็ควรปรับให้เป็นระดับเดียว

ควรเปลี่ยนอิริยาบถบ่อย ๆ เช่น หลังจากนั่งทำงานนาน 1 ชั่วโมงควรพัก และลุกขึ้นเดินสัก 2-3 นาที หรือหลังจากยืนนาน ๆ ก็ควรนั่งพักสักครู่สลับกัน

ถ้าน้ำหนักมาก ควรลดน้ำหนักซึ่งจะช่วยให้อาการปวดทุเลาได้มาก

ในรายที่มีข้อเข่าหรือข้อสะโพกเสื่อม เวลาเดินควรใส่รองเท้าที่มีคุณสมบัติลดแรงกระแทกเพื่อลดการบาดเจ็บต่อข้อ

3. พยายามบริหารกล้ามเนื้อที่เคลื่อนไหวข้อให้แข็งแรง เช่น ถ้าปวดหลังก็ให้บริหารกล้ามเนื้อหลัง (ดู "โรคปวดกล้ามเนื้อหลัง") ถ้าปวดเข่าก็บริหารกล้ามเนื้อต้นขาส่วนหน้า

การฝึกกล้ามเนื้อควรเริ่มทำเมื่ออาการปวดทุเลาลงแล้ว ระยะแรกฝึกวันละ 2-3 ครั้ง ครั้งละ 5-10 นาที จนรู้สึกกล้ามเนื้อแข็งแรงไม่เมื่อยง่าย จึงเพิ่มเป็นวันละ 3-5 ครั้ง

การบริหารกล้ามเนื้อเข่า เริ่มแรกไม่ต้องถ่วงด้วยน้ำหนัก ต่อไปค่อย ๆ ถ่วงน้ำหนัก (เช่น ถุงทรายหรือขวดน้ำใส่ถุงพลาสติกที่มีหูหิ้ว) ที่ข้อเท้าทีละน้อย จาก 0.3 กก. เป็น 0.5 กก. 0.7 กก. และ 1 กก. โดยเพิ่มไปเรื่อย ๆ ทุก 2-3 สัปดาห์ จนยกได้ 2-3 กก. ข้อเข่าก็จะแข็งแรงและลดอาการปวด ควรทำเป็นประจำทุกวัน

4. ผู้ป่วยที่มีอาการปวดเข่ามากหรือบ่อย หรือมีอาการเข่าอ่อน เข่าทรุด ควรใช้ไม้เท้า เครื่องพยุงหรือกายอุปกรณ์ช่วยเดิน และสร้างราวเกาะในบ้านและในห้องน้ำ เพื่อใช้เกาะเดินและพยุงตัวป้องกันการหกล้ม

5. ถ้าอาการไม่ดีขึ้นใน 3-4 สัปดาห์ หรือบวมตามข้อ หรือมีอาการปวดร้าวหรือชาตามแขน (ร่วมกับปวดคอ) หรือขา (ร่วมกับปวดหลัง) จะทำการตรวจโดยการเอกซเรย์ดูการเปลี่ยนแปลงของข้อ หากสงสัยว่าเกิดจากโรคอื่น อาจต้องทำการตรวจเลือด และตรวจพิเศษอื่น ๆ เพิ่มเติม

ในรายที่ปวดรุนแรง แพทย์อาจให้ยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ ถ้ามีข้อห้ามใช้ยากลุ่มนี้แพทย์อาจให้ยาบรรเทาปวดอื่น ๆ เช่น ทรามาดอล อะมิทริปไทลีน เพื่อบรรเทาปวด

ในรายที่มีอาการข้อบวม แพทย์จะทำการดูดน้ำในข้อออก และอาจพิจารณาฉีดสเตียรอยด์เข้าในข้อเป็นครั้งคราว สามารถฉีดซ้ำได้ทุก 4-6 เดือน (ไม่ควรเกินปีละ 2-3 ครั้ง อาจทำให้กระดูกเสื่อมหรือสลายตัวเร็วขึ้น)

นอกจากนี้ แพทย์อาจให้การรักษาอื่น ๆ เช่น การทำกายภาพบำบัด, การฝังเข็ม, การให้กินยากลูโคซามีน (glucosamine) ซึ่งมีฤทธิ์ในการกระตุ้นการสร้างกระดูกอ่อนที่ผิวข้อ, การฉีดสารไฮยาลูโรเนต (hyaluronate ซึ่งเป็นสารที่มีอยู่ในน้ำในข้อ) เข้าในข้อ 1 ครั้ง/สัปดาห์ จำนวน 3-5 ครั้ง

วิธีเหล่านี้มีส่วนในการบรรเทาอาการปวดข้อ แต่มักจะกำเริบอีก และอาจต้องให้การรักษาเป็นระยะ ๆ ตามความรุนแรงของโรค

ในรายที่มีข้อเข่าเสื่อมรุนแรง จนไม่สามารถทำงานหรือทำกิจวัตรประจำวันได้เป็นปกติ หรือข้อเข่าผิดรูป เช่น ขาโก่ง โค้งงอ ซึ่งการรักษาด้วยวิธีใช้ยาต่าง ๆ ไม่ได้ผล แพทย์จะพิจารณาทำการผ่าตัดซึ่งมีอยู่หลายวิธี ซึ่งแพทย์จะเลือกให้เหมาะกับอายุ ความรุนแรง และลักษณะการใช้งานข้อเข่า เช่น การผ่าตัดโดยการใช้กล่องส่องเพื่อล้างข้อและซ่อมแซมผิวข้อ (arthroscopic larvage and debridement) ในผู้ป่วยที่เข่าเสื่อมไม่มาก, การผ่าตัดจัดแนวรับน้ำหนักของข้อเข่าใหม่ (osteotomy) ในผู้ป่วยอายุต่ำกว่า 60 ปีที่ข้อเข่าผิดรูป, การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม (joint replacement) ซึ่งนิยมทำในผู้ป่วยที่ข้อเข่าเสื่อมรุนแรงหรือผิดรูปมาก

สำหรับข้อสะโพกเสื่อมก็มีการผ่าตัดจัดแนวรับน้ำหนักใหม่ และการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียมช่วยให้ผู้ป่วยหายปวด สามารถเคลื่อนไหวข้อและเดินได้เป็นปกติ ในปัจจุบันมีการพัฒนาข้อเข่าเทียมที่สามารถงอเหยียด และเคลื่อนไหวข้อเข่าได้ใกล้เคียงกับข้อเข่าจริง ทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีเหมือนคนที่แข็งแรงทั่วไป

อย่างไรก็ตาม ก็ต้องระวังดูแลข้อเข่าเทียม โดยไม่ใช้งานหนักเกิน หลีกเลี่ยงการยกของหนักเป็นเวลานาน ๆ การแบกหาม การเดินไกล ๆ และการงอเข่ามาก ๆ และควรควบคุมน้ำหนัก มิเช่นนั้นข้อเข่าเทียมก็อาจชำรุดและใช้งานไม่ได้ในเวลาที่สั้นกว่าควรจะเป็น (ปกติข้อเข่าเทียมมีอายุการใช้งานประมาณ 8-15 ปี)

*หากจำเป็นต้องขึ้นลงบันได สำหรับผู้ที่มีอาการปวดเข่าข้างเดียว เวลาเดินขึ้นบันได ให้เดินขึ้นทีละขั้น โดยก้าวขาข้างที่ปกติขึ้นก่อน แล้วยกขาข้างที่ปวดขึ้นตามไปวางบนขั้นที่ขาปกติวางอยู่ อย่าก้าวข้ามไปอีกขั้นหนึ่ง ส่วนขาลง ก็ก้าวขาข้างที่ปวดลงก่อน แล้วก้าวขาข้างที่ปกติตาม การก้าวขึ้นลงบันไดทีละขั้นแบบนี้ ขาข้างที่ปวดจะไม่มีการงอเข่า จึงลดอาการปวดลงได้

การดูแลตนเอง

ถ้ามั่นใจ หรือได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นข้อเข่าเสื่อม ควรดูแลตนเ

5
การจัดฟันเด็ก เป็นประโยชน์ต่อขากรรไกรของเด็กอย่างไร

ในเรื่องของสุขภาพช่องปากและฟัน สำหรับเด็กนั้น เป็นเรื่องของพ่อแม่ผู้ปกครองที่ต้องดูแลเอาใจใส่ให้มากเป็นพิเศษ พ่อแม่ควรปลูกฝังให้เด็กรู้จักวิธีการแปรงฟันอย่างถูกต้อง เพื่อให้เด็กมีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดีตั้งแต่อายุยังน้อย ที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งก็คือ พ่อแม่ผู้ปกครองควรที่จะหมั่นสังเกตพฤติกรรมของเด็กด้วย เพราะพฤติกรรมของเด็กนั้น ล้วนแต่ส่งผลต่อสุขภาพช่องปากและฟัน รวมไปถึงขากรรไกรของเด็ก ซึ่งเป็นรากฐานของฟันที่จะขึ้นมาในอนาคต เพราะเด็กบางคนอาจจะมีปัญหาเกี่ยวกับขากรรไกร

ซึ่งก็เกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของพันธุกรรม หรือพฤติกรรมในวัยเด็ก ซึ่งการจัดฟันในเด็ ก็สามารถแก้ไขในเรื่องดังกล่าวได้ บางกรณีเด็กอาจจะมีฟันสบไขว้ อาจทำให้ขากรรไกรเจริญเติบโตไม่สมดุลกัน และมีปัญหาในการบดเคี้ยวอาหาร ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องรีบแก้ไข เพราะการบดเคี้ยวอาหารไม่สะดวก อาจจะส่งผลต่อร่างกายของเด็กได้ สำหรับวันนี้ทางคลินิกเราจะมาพูดถึงเรื่องของการจัดฟันในเด็ก ที่เป็นประโยชน์ต่อขากรรไกรของเด็ก พ่อแม่ผู้ปกครองหลายคนอจจะยังไม่ทราบว่า การจัดฟันในเด็กนั้น สามารถส่งเสริมให้เด็กมีขากรรไกรที่สมดุลกัน และเป็นประโยชน์ต่อกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้า ทำให้ใบหน้าอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมด้วย

เราต้องอธิบายก่อนว่า การจัดฟันในเด็กนั้น เป็นการใช้ประโยชน์จากขากรรไกรของเด็กที่กำลังอยู่ในช่วงของการเจริญเติบโต นอกจากนี้ ยังอาจจะสามารถแก้ไขส่วนโค้งของแนวฟันและขากรรไกรที่อยู่ในตำแหน่งไม่เหมาะสมได้อีกด้วย สำหรับการจัดฟันในเด็ก เป็นการแก้ไขปัญหาฟันให้บุตรหลานของท่านมีฟันที่สวยงาม ส่งเสริมในเรื่องของสุขภาพช่องปากและฟัน และการจัดฟันในเด็ก ยังสามารถแก้ไขได้เมื่อปัญหาฟันได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากทันตแพทย์ตรวจพบปัญหาฟันแต่เนิ่นๆ ก็จะสามารถแก้ไขได้ทันที


โดยปัญหาฟันบางอย่างอาจเกิดจากการเจริญเติบโตของขากรรไกรที่ผิดปกติ อุปนิสัยการกิน การกลืน และการใช้ฟันผิดหน้าที่ของเด็ก ทันตแพทย์จะสามารถแก้ไขปัญหาฟัน ทั้งนี้หากปล่อยให้ปัญหาดังกล่าว ดำเนินต่อไป จนเด็กคนนั้นโตขึ้น การแก้ไขปัญหาจะไม่สามารถแก้ไขได้ง่ายๆ เหมือนตอนเด็กๆ อาจต้องมีการผ่าตัด หรือแก้ไขปัญหาข้อต่อขากรรไกรที่เสื่อมสภาพลงด้วย ดังนั้น การจัดฟันในเด็ก จึงมีประโยชน์ต่อขากรรไกรของเด็กอย่างมากมายเลยทีเดียว นี่คืออีกหนึ่สาเหตุที่พ่อแม่ผู้ปกครองควรพาบุตรหลานของท่านเข้ารับการตรวจฟันเป็นประจำอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง เพื่อตรวจความผิดปกติ เพื่อที่จะได้แก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้องและตรงจุด เพราะถ้าหากปล่อยไว้นานๆ อาจจะทำให้ปัญหาลุกลามไปจนถึงขั้นสร้างความเสียหายแก่ฟันบริเวณอื่นๆได้ การแก้ไขปัญหาในเด็ก จะช่วยให้เด็กจะมีการเจริญเติบโตที่เป็นปกติได้ ทำให้เด็กมีคุณภาพชีวิตที่ดี เสริมสร้างพัฒนาการในเด็กได้อย่างดี 

ทำให้เด็กได้เรียนรู้ประสบการณ์ต่างๆได้อย่างเต็มที่ โดยไม่มีเรื่องของสุขภาพช่องปากและฟันมาเป้นอุปสรรค ในทางตรงข้าม ถ้าหากพ่อแม่ผู้ปกครองปล่อยปัญหาฟันของเด็กนานว้ การแก้ไขจะทำได้ยากมากยิ่งขึ้น และอาจจะสร้างความเสียหายต่อร่างกายเด็กได้ โดยเฉพาะขากรรไกร ถ้าหากเด็กมีขากรรไกรล่างที่เล็ก อาจมีผลให้ถอยหลังไปกดปิดการหายใจของเด็กทำให้หายใจไม่สะดวกได้ ส่งผลทำให้เด็กมีมีปัญหาต่อระบบการเติบโตของร่างกาย ลักษณะฟันยื่น ฟันเหยิน ก็ทำให้โดนเพื่อนล้อจนทำให้เสียความมั่นใจได้

หากใครสนใจพาบุตรหลานของท่านเข้ารับการจัดฟันในเด็ก สามารถติดต่อขอรับคำแนะนำได้ที่คลินิกเพราะทางเรามีทีมทันตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการจัดฟันทุกรูปแบบ รวมไปถึงมีประสบการณ์ทางด้านทันตกรรมมาอย่างยาวนาน จึงทำให้มั่นใจได้ว่า บุตรหลานของท่านจะมีสุขภาพฟันที่แข็งแรง มีโครงสร้างของใบหน้าที่ปกติ ทำให้เด็กมีความมั่นใจ และมีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดีขึ้น เพราะทางเราใส่ใจในเรื่องของสุขภาพช่องปากและฟันของเด็ก อยากให้เด็กได้มีฟันที่แข็งแรง เพื่อที่จะได้มีพัฒนาการที่ดี สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีความสุข มีรอยยิ้มที่สดใสสมวัย และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นด้วย

6
รถรับจ้าง นครสวรรค์ แม้เป็นเรื่องยากๆ ก็ง่ายได้ด้วย บริการขนย้ายของ

รถรับจ้างขนของนครสวรรค์

การย้ายบ้าน ย้ายไซต์งาน หรือขนส่งสินค้า บริการขนย้ายของทั่วไป อาจดูเหมือนเป็นเรื่องยุ่งยากที่ต้องใช้เวลาและแรงงานจำนวนมาก แต่ในจังหวัดนครสวรรค์ เรื่องเหล่านี้จะกลายเป็นเรื่องง่าย ด้วยบริการ รถรับจ้างขนของนครสวรรค์ จากขนส่ง ที่พร้อมให้บริการด้วยทีมงานมืออาชีพและยานพาหนะหลากหลายประเภท รองรับทุกความต้องการของลูกค้า ด้วยประสบการณ์ที่ยาวนานในธุรกิจขนส่ง ไม่เพียงแค่ให้บริการขนของอย่างปลอดภัยและรวดเร็ว แต่ยังใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่การจัดเก็บของจนถึงการขนส่งถึงปลายทาง ไม่ว่าคุณจะมีความต้องการขนย้ายแบบใด เรามีคำตอบที่ครบครันและพร้อมจะทำให้การขนย้ายเป็นเรื่องง่ายสำหรับคุณ

   
รถรับจ้างย้ายบ้านนครสวรรค์ ใกล้ฉัน

การย้ายบ้านอาจดูเหมือนเป็นงานที่ซับซ้อน แต่สำหรับคนนครสวรรค์แล้ว คุณสามารถเปลี่ยนการย้ายบ้านให้เป็นเรื่องง่าย ด้วยบริการ รถรับจ้างย้ายบ้านนครสวรรค์ ใกล้ฉัน ที่คุณสามารถเรียกใช้งานได้ง่ายผ่านช่องทางหลากหลาย ไม่ว่าคุณจะอยู่มุมไหนของจังหวัดหรือนอกพื้นที่ บริการนี้พร้อมบริการทุกความต้องการอย่างรวดเร็ว เพียงแค่คุณติดต่อผ่านโทรศัพท์ เว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชันที่รองรับ คุณก็สามารถเข้าถึงบริการรถรับจ้างมืออาชีพได้ทันที พร้อมทีมงานที่เชี่ยวชาญและยานพาหนะที่เหมาะสมกับทุกการขนย้าย ไม่ว่าจะเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือของใช้ทั่วไป เราพร้อมให้บริการทุกขั้นตอน ให้ทุกการย้ายบ้านในนครสวรรค์ของคุณเป็นไปอย่างราบรื่น ด้วยบริการที่สะดวกและใส่ใจในทุกรายละเอียดค่ะ

   
บริการรถด่วนขนของนครสวรรค์

บางครั้งการขนของอาจไม่ได้มีจำนวนมาก แต่สิ่งที่คุณต้องการมากที่สุดคือความรวดเร็วและความสะดวก ซึ่ง รถรับจ้างขนของนครสวรรค์ ของเราพร้อมที่จะตอบโจทย์ทุกความต้องการของคุณ ด้วยบริการที่รวดเร็วและราคาที่แสนประหยัดที่คุณคาดไม่ถึง ไม่ว่าคุณจะมีของเพียงไม่กี่ชิ้นหรือมีขนาดเล็ก เรามีบริการรถรับจ้างที่เหมาะสมที่จะช่วยให้การขนย้ายของคุณเสร็จสิ้นอย่างรวดเร็วและปลอดภัย พร้อมให้คุณประหยัดค่าใช้จ่ายได้อย่างคุ้มค่าค่ะ

   
รถรับจ้างย้ายไซต์งานนครสวรรค์ ไปต่างจังหวัด

การย้ายไซต์งานจากนครสวรรค์ไปต่างจังหวัด โดยเฉพาะการขนย้ายเครื่องจักรขนาดใหญ่ เป็นงานที่ต้องการความรอบคอบในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเตรียมตัวไปจนถึงการขนส่ง สิ่งสำคัญที่ไม่สามารถมองข้ามได้คือการวางแผนที่ดี เพราะไม่เพียงแต่ต้องจัดการกับการขนย้ายเครื่องจักรที่มีขนาดใหญ่และมีน้ำหนักมาก แต่ยังต้องคำนึงถึงค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องในทุกๆ ด้าน รวมถึงกำลังคนและอุปกรณ์ที่จำเป็นในการช่วยอำนวยความสะดวกต่างๆ การขนย้ายเครื่องจักรขนาดใหญ่ต้องใช้ รถรับจ้าง ที่มีความสามารถในการรับน้ำหนักและขนาดที่เหมาะสม โดยส่วนใหญ่แล้วจะต้องใช้รถยกหรือรถเครนเพื่อยกเครื่องจักรขึ้นจากพื้นที่เดิมและจัดวางบนรถขนส่ง ซึ่งการเลือกประเภทของรถรับจ้างต้องพิจารณาจากขนาดและน้ำหนักของเครื่องจักรค่ะ เพื่อที่จะไม่เกิดความเสียหายระหว่างการขนส่ง และตอนย้ายต้องใช้ทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญในการจัดการเครื่องจักรหนักๆ ค่ะ

นอกจากค่าใช้จ่ายในการใช้บริการ รถรับจ้าง แล้ว ยังต้องมีการคำนวณค่าจ้างกำลังคนที่จะต้องทำงานอย่างระมัดระวังในการยกและขนย้ายเครื่องจักร รวมไปถึงค่าใช้จ่ายในการใช้ รถยก หรือ รถเฮี๊ยบ ที่ช่วยให้การขนย้ายเป็นไปอย่างราบรื่นค่ะ ดังนั้น การวางแผนก่อนการขนย้ายเครื่องจักรขนาดใหญ่เป็นสิ่งสำคัญ ที่จะทำให้การย้ายงานนั้นๆ เสร็จสมบูรณ์ได้อย่างราบรื่นและคุ้มค่ากับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นค่ะ

   
รถรับจ้างขนของนครสวรรค์

บริการ รถรับจ้างขนของนครสวรรค์ พีชภูรีขนส่ง ความสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย ในราคาที่คุ้มค่า ด้วยบริการรถรับจ้างขนของที่ครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นการย้ายบ้าน หอพัก ย้ายไซต์งานก่อสร้าง หรือขนส่งสินค้า ขนาดเล็ก-ใหญ่ ทีมงานมืออาชีพของเราพร้อมให้บริการคุณอย่างเต็มที่ เรามีรถหลากหลายประเภท รถกระบะ รถหกล้อ รถสิบล้อ รถเทรลเลอร์ รถเฮี๊ยบ พร้อมทีมงานที่เชี่ยวชาญในการขนย้ายทุกประเภท โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัย และการขนย้ายที่รวดเร็วตามกำหนดเวลา บริการของเราทั้งคุ้มค่า คุ้มราคา อีกทั้งยังพร้อมให้บริการทั้งในจังหวัดนครสวรรค์และการขนย้ายไปยังต่างจังหวัดไกลๆค่ะ

เลือก พีชภูรีขนส่ง วันนี้ รับประกันบริการที่ดีที่สุด ที่จะทำให้การขนย้ายของคุณเป็นเรื่องง่ายและสะดวก เพียงแค่ติดต่อเราผ่านช่องทางต่างๆ ก็สามารถเรียกใช้บริการได้ทันที

7
“สร้างเงินแสนจากครัวที่บ้าน” สไตล์ครูแมกซ์

จุดเริ่มต้นเพียงแค่ไม่มีใจรักการเป็นลูกน้อง และไม่ชอบการทำงานในองค์กร บวกกับมีความตั้งใจที่ว่า อยากฝึกทักษะการทำอาหารไว้ทำให้คุณพ่อคุณแม่ทานตอนท่านแก่
พร้อมกับคำพูดของคุณแม่ที่ชอบบอกว่า “การขายของมันได้จับเงินทุกวัน” นั่นคือจุดตัดสินใจ

ครูแมกซ์
จุดเริ่มต้นง่ายๆก็เริ่มจากการเรียนรู้จากคุณแม่ของครูแมกซ์เอง ท่านเป็นคนทำอาหารไทยอร่อย และเคยเปิดร้านอาหารมาก่อนตอนครูแมกซ์เด็กๆ
โดยใช้การถาม สังเกตอย่างละเอียด และฝึกชิมรสชาติของอาหารที่แท้จริง (เพราะคุณแม่ไม่เคยชั่งตวงวัดแม่บอกชิมให้เป็นไม่ต้องมาถามสูตร555)
ร่วมกับการเรียนรู้ผ่านสื่อออนไลน์ เช่น ยูทูป ดูทุกวันตลอดระยะเวลา 8-10ปี พร้อมกับการซื้อวัตถุดิบมาลงมือทำจริง ชิมจริง ทำให้คคุณแม่ทานจริง

ครูแมกซ์
จนถึงจุดที่มั่นใจแล้วว่า…จะทำอาหารเพื่อสร้างรายได้เริ่มง่ายๆจากครัวที่บ้าน
จากประสบการณ์ตลอดระยะเวลา15ปี ที่ครูแมกซ์มีรายได้จากอาหาร ไม่ว่าจะเป็นการยืนขายสลัดริมถนนหน้าตึกชาญอิสะ2 เปิดรับออเดอร์ลุกค้าในหมู่บ้าน การพรีออเดอร์ผ่านทางโซเชียลมีเดีย หรือแม้กระทั่งการออกบูทตามห้างดังต่างๆ

ทั้งหมดนี้ผ่านการทำจริง ได้ผลลัพธ์จริงมาทั้งหมดแล้วด้วยตัวครูแมกซ์เองคนเดียว (แบบไม่เลือกการมีลูกน้อง)

จึงมั่นใจมากว่าจากประสบการณ์ทั้งหมดที่ครูแมกซ์สั่งสมมาตลอดจนถึงวันนี้

ไข่เจียว
ครูแมกซ์ได้พิสูจน์แล้วว่า…การสร้างเงินแสนจากครัวที่บ้าน “มันทำได้จริง”
ครูแมกซ์ก็พร้อมที่จะถ่ายทอดทุกสูตรลัด แบไต๋ทุกเคล็ดลับให้คุณแบบหมดเปลือก!!  !!ความตั้งใจนั้นมันก็ได้เกิด”ผลลัพธ์”กับลูกศิษย์ครูแมกซ์เรียบร้อยแล้ว

📌น้องมิ้นท์ นักเรียนคอร์สไพรเวทจับมือทำรอบสด
ลาออกจากงานประจำเพื่อมาเปิดร้านขายอาหาร หลังจากเรียนกับครูแมกซ์ไปเพียงแค่3วัน น้องได้จับเงินบาทแรกจากอาหารทันที!!
โดยเปิดรับพรีออเดอร์จากอาพาร์ทเมนต์ (โดยมีครูแมกซ์เป็นที่ปรึกษาตลอด1เดือนเต็ม) เริ่มจากเมนูง่ายๆที่ครูแมกซ์เลือกให้เป็นเมนูประจำร้าน คือ “เมนูไข่ฟูหมูฉ่ำนัว”

‼️ล่าสุดเพียงแค่ 2เดือน ยอดขายเดือนกุมภาพันธ์ 68
สรุปได้ยอดขาย 60,000 บาท (ทำด้วยตัวคนเดียว)

📌น้องเติ๊ด นักเรียนคอร์สออนไลน์
เป็นพนักงานประจำหัวหน้าแผนกHR อยากหาอาชีพเสริมเพื่อวางแผนลาออกจากงานประจำ หลังจากเรียนคอร์สครูแมกซ์ภายใน 7 วัน น้องได้จับเงินบาทแรกจากอาหารทันที!!
โดยเปิดรับออเดอร์ที่คอนโด เริ่มจากเมนูง่ายๆที่เรียนจากคอร์สสูตรกะเพรา กับ คอร์ส10เมนูไข่ทำง่ายรายได้ปัง เมนูประจำร้าน คือ “เมนูข้าวไข่เจียว ไข่ข้น”
‼️ล่าสุดเพียงแค่ 2เดือน ยอดขายได้มากกว่าเงินเดือนประจำเป็นที่เรียนร้อยแล้ว พร้อมกับยื่นใบลาออก (แต่นายยังไม่อนุมัติ)


สนใจติดต่อสอบถามข้อมูล
ไลน์ ID  :  @krumax
Page FB : https://web.facebook.com/profile.php?id=61569480015186
เว็บไซด์ : https://krumax.net/krumaxcourse/
เบอร์โทร : 081-413-4479


8
รถรับจ้างขนของ รถรับจ้างชัยนาท คิดราคายังไง

รถรับจ้างชัยนาท พร้อมบริการคนยกของระดับมืออาชีพโดยศูนย์รวมบริการ รถรับจ้าง รับจ้างขนของ ขนย้ายของทั่วไทย บริการขนย้ายของ ขนย้ายบ้านชัยนาท ย้ายห้อง ย้ายหอ ย้ายมอเตอร์ไซด์  ย้ายไซด์งาน  ย้ายสำนักงาน  ย้ายโรงงานย้ายวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้าง ย้ายสินค้าการเกษตร ย้ายสินค้าทุกชนิด ซึ่งเราสามารถ ตรวจเช็คราคารถรับจ้างชัยนาท กับเราได้ตลอดเวลาจะขอราคาพิเศษแจ้งได้เลยทันทีหรือต้องการรถรับจ้างเที่ยวกลับก็ระบุที่เจ้าหน้าที่ของเราได้เลยที่นี่ คลิ๊กมาเลย  เราเชื่อว่าการขนย้ายนั้นมีความลำบากแน่นอน เพราะลักษณะของสินค้าที่มีความต่าง ลักษณะที่พักชั้นเดียว หรือ หลายชั้น รวมไปถึงมีลิฟต์ไม่มีลิฟต์ ดังนั้นเพื่อให้ง่ายต่อการใช้บริการ รถรับจ้าง นั่นคือ ต้องมีคนยก  และทุกท่านสามารถให้เราเป็นส่วนหนึ่งในการบริการได้

หากทุกท่านไม่สามารถบอกกับตัวเองได้ว่าสินค้าของท่าน มีจำนวนมากไม่แน่ใจว่าจะต้องมีคนยกสินค้ากี่คนถึงจะเพียงพอต่อการขนย้าย ทุกท่านสามารถโทรเข้ามาสอบถามเพื่อบอกกล่าวรายละเอียดของสินค้านั้นๆได้ หลังจากนั้นก็ทำสัญญาลักษณ์หรือเขียนข้อความเพื่อบ่งออกว่าในแต่ละหีบห่อแต่ละกล่องบรรจุนั้นเป็นสินค้าประเภทอะไร หากเป็นสินค้าที่เป็นของมีค่าเราก็ใส่ถุงและใส่กระเป๋าที่จะติดตัวเราไป หลังจากที่เก็บของเรียบร้อยแล้วเราก็เดินไปตรวจทานอีกเพื่อกันความหลงเหลือของสินค้าที่เก็บไม่หมด


จากนั้นเราก็ให้ญาติเดินตรวจดูอีกสักรอบเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าสินค้าที่จะทำการขนย้ายนั้นเก็บหมดเรียบร้อยดีแล้ว สิ่งเหล่านี้ถึงว่าเป็นการวางแผนการขนย้ายเบื้องต้น ที่เป็นผลดีและเกิดความง่าย ไม่ว่าคุณจะมีของที่จะของย้ายแตกต่างกันถ้าจับมาแยกหมวดหมู่บรรจุหีบห่อใส่กล่องกระดาษมัดซีน แยกประเภทแล้วจากนั้นก็เขียนระบุของในชนิดนั้นๆไปถือว่าเป็นการวางแผนที่ดีเลยทีเดียว

ทางทีมงานขนส่ง มีบริการเที่ยวขากลับที่ราคาถูก สามารถโทรเข้ามาสอบถามรายละเอียดในการบริการ รถรับจ้าง เที่ยวขากับและบริการคนยกเที่ยวขากลับได้ราคาค่าบริการจะถูกกว่าค่าบริการเที่ยวปกติ หรือทุกท่านมีแพลนการขนย้ายทั้งไปและกลับทุกท่านจะได้รับสิทธิราคาเที่ยวพิเศษได้เลยนะค่ะ รถรับจ้างของเราเน้นการให้บริการเป็นหลักอีกทั้งยังให้ราคาค่าบริการที่เป็นธรรม เราเข้าใจทุกท่านว่าต้องการบริการรถรับจ้างที่ราคาถูกเน้นการบริการที่ดีอีกทั้งยังมีการขนย้ายที่สินค้าปลอดภัย ไม่ว่าจะขนย้ายสินค้าประเภทไหนๆ ทางทีมงานขนส่ง ยินดีให้บริการเป็นอย่างยิ่ง ถ้าหากทุกท่านต้องการล็อกรถบริการรถรับจ้างทุกท่านสามารถโทรจองล่วงหน้าได้ทันทีนะค่ะ ยิ่งช่วงนี้เป็นช่วงของผลไม่ผลิดอกออกผล สินค้าการเกษตรเริ่มมีการเก็บเกี่ยวมากยิ่งขึ้นรถสี่ล้อรับจ้างชัยนาท

หากทุกท่านต้องการขนย้ายของชัยนาท ด้วย รถรับจ้างชัยนาท ด่วนทีมงานคนยกของเราก็พร้อมให้บริการในทันที ไม่ว่าจะชั่วโมงเร่งรีบบริการคนยกก็มีให้บริการตลอด 24ชม. หรือสถานที่การขนย้ายจะอยู่ไกล สถานที่ที่คนเข้าถึงยาก แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาคนเรา เรายินดีให้บริการในทุกๆพื้นที่ บริการคนยกของ บริการด้วยรถรับจ้างขนของชัยนาท

โดยขนส่ง ตลอดจนให้บริการรับจ้างขนของที่มีชนิดรถให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นรถกระบะรับจ้าง รถกระบะรับจ้างชัยนาท รถสี่ล้อรับจ้างชัยนาท รถหกล้อรับจ้างขนย้ายของชัยนาท รถหกล้อคอกและตู้ทึบรับจ้าง รถสิบล้อรับจ้าง รถพ่วงรับจ้าง รถเครนรับจ้าง รถเฮี๊ยบรับจ้าง รถรับจ้างคอกเพลาลอย รถรับจ้างชัยนาท  บริการให้เช่าแบบเหมาเที่ยวเลยทีเดียวค่ะ รถรับจ้างที่มีประกันสินค้าทุกชนิด  รถทุกคันที่จะทำการขนย้ายผ่านการตรวจเช็คสภาพในทุกๆกระบวนการเพื่อความปลอดภัยของตัวรถ รถสะอาด พนักงานมีความสุภาพ  บริการทุกระดับประทับใจด้วยขนส่ง

บริการคนยกที่ครอบคลุมทุกพื้นที่ มีความชำนาญสามารถมองหน้างานออกและประเมินได้อย่างแม่นยำ พนักงานคนยกของเรา ผ่านการอบรมเรื่องลักษณะการจัดวางจัดเรียงสินค้าให้เกิดความ

ทุกท่านหากกังวลว่าจะไม่มีรถรับจ้างที่เพียงพอสามารถโทรจองเพื่อล็อกคิวรถกับทางทีมงานรถรับจ้างขนส่ง ได้ทันทีค่ะ เรามีทีมงานเจ้าหน้าที่คลอเซ็นเตอร์ในการรับสายทุกช่วงเวลาหากเกิดการรอสาย หรือสายไม่ว่า ลูกค้าสามารถติดต่อเข้ามาทางไลน์ได้เลยนะค่ะเรายังมีเจ้าหน้าที่adminทำการตอบกลับให้ค่ะ สนใจติดต่อสอบถามข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมกับเราได้ที่อยู่ตามนี้ละนะค่ะ

ปลอดภัย รวมไปถึงการอบรมคุณธรรมจริยธรรมในปัจจุบัน เพราะฉะนั้นทุกท่านสามารถมั่นใจในทีมงานคนยกของได้เลยค่ะ รถรับจ้างชัยนาท ของเรามีพนักงานของเรามีความซื่อสัตย์ มีความอดทน และขยันต่อการทำหน้าที่ของการยกสินค้า การทำงานของบริการคนยกที่มีประสบการณ์ทำงานมากกว่า 15ปี ด้านบริการคนยกของเรามีคนที่เพียงพอต่อการขนย้าย ไม่ว่าสินค้าจะมากหรือน้อยหรือติดต่อสอบถามข้อมูลก่อนได้

เขตพื้นที่ในการให้บริการ รถรับจ้างขนของชัยนาท ที่ใก้ลเคียง ดังนี้

    อำเภอ เมืองชัยนาท
    อำเภอเนินขาม
    อำเภอ วัดสิงห์
    อำเภอ สรรพยา
    อำเภอ หนองมะโมง
    อำเภอ มโนรมย์


9
ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากเสียงดัง
ในโรงงานอุตสาหกรรม
โรงงานหรือสถานประกอบกิจการที่มีปัญหาด้านเสียงเกินค่ามาตรฐาน อาจสร้างผลกระทบทั้งด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงานต่อพนักงานในโรงงานเอง หรืออาจก่อให้เกิดมลพิษทางเสียงต่อชุมชนและสภาพแวดล้อมที่อยู่ด้านนอกโรงงาน หากเจ้าของแหล่งกำเนิดเสียงหรือผู้เกี่ยวข้องปล่อยปละละเลย ไม่จัดทำโครงการควบคุมเสียงหรือแก้ไขปัญหาดังกล่าวไม่สำเร็จ จะทำให้มีผลกระทบตามมา เช่น
•   เป็นผู้กระทำผิดกฎหมายด้านเสียง มีทั้งโทษปรับและจำคุก
•   ลูกจ้างอาจเกิดภาวะสูญเสียการได้ยินแบบชั่วคราวหรือแบบถาวร
•   ประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานลดลงจากเสียงเกินค่ามาตรฐาน
•   ถูกร้องเรียนจากชุมชนหรือผู้ได้รับผลกระทบทางเสียงที่อยู่นอกโรงงาน
•   โรงงานหรือสถานประกอบกิจการอาจถูกสั่งปิดปรับปรุง จนกว่าจะแก้ไขแล้วเสร็จ

ทำไมต้องใช้บริการจาก
“NEWTECH INSULATION” ในการควบคุมเสียง?
ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปี ในการควบคุมเสียงอุตสาหกรรม เรามีความพร้อมทั้งด้านบุคลากรเฉพาะทางที่มีความรู้ด้านเสียงและความสั่นสะเทือน เครื่องมืออันทันสมัยที่ได้มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงประสบการณ์ด้านการแก้ไขปัญหาเสียงอุตสาหกรรมที่มีทั้งในและต่างประเทศ ผู้ใช้บริการจึงมั่นใจได้ว่าปัญหาด้านเสียงในโรงงานหรือสถานประกอบกิจการจะได้รับการแก้ไขได้อย่างตรงจุด ด้วยค่าใช้จ่ายที่น้อยที่สุด เพราะเราเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมเสียงในอุตสาหกรรม
– บริษัทฯ ขึ้นทะเบียนและได้รับใบอนุญาตเป็นนิติบุคคลผู้ให้บริการตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะการทำงานเกี่ยวกับระดับเสียง โดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
– บุคลากรของบริษัทฯ ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ควบคุมมลพิษเสียงและความสั่นสะเทือน จากสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
– มีทีมงานที่มากประสบการณ์และความรู้ ได้แก่ วิศวกร นักสิ่งแวดล้อมอุตสาหกรรม เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน ช่างเทคนิค รวมไปถึงช่างประกอบและติดตั้งระบบควบคุมเสียง
– มีเครื่องมือที่ได้มาตรฐานไว้ให้บริการทั้งด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์
– มีสินค้าสำหรับควบคุมเสียงและความสั่นสะเทือนให้เลือกหลากหลายรูปแบบ เช่น ผนังกันเสียง ห้องเก็บเสียง ม่านกันเสียง ตู้ครอบลดเสียง แจ็คเก็ตลดเสียง ไซเลนเซอร์ อคูสติคลูเวอร์ อุปกรณ์แยกความสั่นสะเทือน เป็นต้น
– มีการประเมินหรือทำตัวแบบจำลองระดับเสียง ก่อน-หลัง ปรับปรุงให้ลูกค้าใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาในการแก้ปัญหาด้านเสียง
– รับประกันระดับเสียงที่ลดลง อยู่ในเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
– รับประกันคุณภาพสินค้าและฝีมือการติดตั้งทุกงาน

บริษัท นิวเทค อินซูเลชั่น จำกัด
ผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมเสียงในโรงงานอุตสาหกรรม
จากประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหาด้านเสียงมายาวนาน ไม่ว่าจะเป็นเสียงทางอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน และเสียงทางสิ่งแวดล้อม
ทางบริษัทฯ ยินดีให้คำแนะนำที่ทำได้จริงสำหรับการแก้ปัญหาด้านมลภาวะทางเสียงที่เกิดขึ้น เพื่อให้ทั้งโรงงาน พนักงาน หรือชุมชนโดยรอบอยู่ร่วมกันได้
“เพราะเรา…เข้าใจเรื่องเสียง”


สนใจสั่งซื้อ
เบอร์โทร:  02-583-8035 , 02-583-8034, 098-995-4650
E-mail: contact@newtechinsulation.com
Line ID: @newtechinsulation
Facebook: newtechthai
Instagram: newtechinsulation
เว็บไซด์: https://www.noisecontrol365.com/


10
การใช้ฉนวนใยหิน ฉนวนกันความร้อน ในการลดการสะสมของความร้อนในบ้าน

หลักการลดอุณหภูมิในบ้าน ลดการสะสมของความร้อนในบ้าน สู้หน้าร้อน ด้วยการติดตั้งฉนวนใยหิน

เพราะสภาพอากาศสุดร้อนระอุของประเทศไทยในตอนนี้ หลายบ้านคงกำลังมองหาวัสดุต่าง ๆ มาเป็นตัวช่วยคลายร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะแค่การเปิดแอร์เพียงอย่างเดียวคงไม่พอ แถมยังทำให้ค่าไฟพุ่งกระฉูดอีกต่างหาก การติดตั้งฉนวนใยหินเป็นอีกแนวทางแก้ปัญหาที่ได้ผล นอกจากจะช่วยลดอุณหภูมิภายในบ้านแล้ว ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายค่าไฟไม่ให้แอร์ทำงานหนัก และยังช่วยกันเสียงรบกวนได้ด้วย

สำหรับคนที่อยากรู้จักฉนวนใยหินมากขึ้น บทความนี้ยูเนี่ยน คอมแมท มีเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับฉนวนใยหินมาแชร์ให้ทุกคนอ่านกัน ว่าทำไมตอนนี้ฉนวนใยหินจึงเป็นฉนวนกันความร้อนที่น่าจับตามอง และน่าติดตั้งภายในบ้านของคุณ


ทำความรู้จักกับฉนวนใยหิน

ฉนวนใยหิน (Stonewool) ที่เรารู้จักกันเป็นฉนวนกันความร้อนที่ผลิตมาจากหินภูเขาไฟที่ผ่านการหลอมเหลวด้วยอุณหภูมิสูงถึง 1,300 องศาเซลเซียส ถูกนำมาปั่นให้เป็นเส้นใย จากนั้นจึงนำไปขึ้นรูปตามแบบที่ต้องการ ปัจจุบันนิยมนำมาใช้งานเป็นฉนวนกันความร้อน ฉนวนกันไฟ หรือฉนวนกันเสียงอย่างแพร่หลาย เพราะประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยม ทั้งยังฉนวนใยหินยังสามารถติดตั้งได้ง่าย และรวดเร็ว โดยวิธีการติดตั้งไม่ได้ซับซ้อน หรือต้องใช้เครื่องมือมาก

ฉนวนใยหิน VS แร่ใยหิน คืออันเดียวกันไหม?

แน่นอนว่าหากพูดถึงวัสดุที่จะนำมาติดตั้งภายในบ้านที่เราอาศัยอยู่ เราเองก็ต้องมองเรื่องความปลอดภัยเป็นอันดับต้น ๆ อยู่แล้ว เนื่องจากชื่อภาษาไทยที่ฟังดูคล้ายคลึงกัน หลายคนจึงมักเข้าใจผิดว่า ‘ฉนวนใยหิน’ ทำมาจากแร่ใยหิน (Asbestos) ซึ่งมีสารก่อมะเร็ง และเป็นอันตรายเมื่อได้สูดดมเข้าไป แต่ความจริงแล้ว ฉนวนใยหินผลิตมาจากหินภูเขาไฟ (Volcanic Rock) ซึ่งไม่มีความเกี่ยวข้องกับแร่ใยหินแต่อย่างใด แม้สูดดมเข้าไปแล้วร่างกายก็สามารถขับออกมาได้เอง ที่สำคัญฉนวนใยหินยังได้ผ่านการทดสอบด้านความปลอดภัยต่อสุขภาพจากศูนย์เทคโนโลยีโลหะ และวัสดุแห่งชาติ (MTEC) ว่าไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้งาน ดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่าการใช้งานฉนวนใยหินภายในบ้านมีความปลอดภัย ไม่เป็นอันตรายต่อผู้อยู่อาศัย และไม่ก่อให้เกิดมะเร็งอย่างแร่ใยหินอย่างแน่นอน


ทำไมควรใช้ฉนวนใยหินเพื่อลดความร้อนภายในบ้าน?

ถึงตรงนี้แล้ว เรามาดูกันดีกว่าว่าฉนวนใยหินมีคุณสมบัติหรือจุดเด่นอะไร ทำไมจึงควรนำมาติดตั้งภายในบ้าน

    1. ฉนวนใยหินกันไฟได้:
    ฉนวนใยหินมีคุณสมบัติที่ไม่ลามไฟ สามารถกันไฟได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยาวนานมากกว่า 4 ชั่วโมงเลยทีเดียว ทนต่อความร้อนได้สูงสุด 1,000 องศาเซลเซียส เหมาะกับการนำมาใช้เพื่อป้องกันความร้อน และการเผาไหม้ โดยจะใช้ประกอบโครงสร้างของบ้านไปจนถึงใช้กับอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้ภายในบ้านก็ได้

    2. ฉนวนใยหินช่วยกันเสียง
    ฉนวนใยหินดูดซับเสียงได้ดี สามารถนำมาติดตั้งกับผนังเดิมภายในบ้านที่มีอยู่แล้วเพื่อลดเสียงจากภายนอก และเสียงก้องภายในได้ถึง 50% เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความเงียบสงบภายในบ้านรวมถึงผู้ที่อาศัยอยู่ในบริเวณที่มีเสียงดัง ไม่ต้องการเสียงรบกวน อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับผู้อยู่อาศัย อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับผู้อยู่อาศัย

    3. ฉนวนใยหินกันความร้อน
    ฉนวนใยหินมีคุณสมบัติป้องกันความร้อนสูง และนำความร้อนต่ำ ช่วยลดความเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิภายในบ้าน และปรับสภาพอุณหภูมิภายในบ้านให้เหมาะสำหรับการอยู่อาศัย เมื่ออยู่ในบ้านก็จะรู้สึกเย็นสบายยิ่งขึ้น สามารถนำมาติดตั้งเป็นฉนวนกันความร้อนหลังคา หรือบริเวณฝ้าเพดาน เพื่อลดความร้อนภายในตัวบ้าน ที่สำคัญยังช่วยให้ประหยัดค่าไฟได้ เพราะจะช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้ถึง 70 %

    4. ฉนวนใยหินทนต่อสภาพแวดล้อม
    เนื่องจากผลิตมาจากวัสดุที่เป็นหินซึ่งมีคุณสมบัติแข็งแรงโดยธรรมชาติ ฉนวนใยหินจึงทนทานต่อสภาพแวดล้อมมาก ไม่ว่าจะอยู่ภายใต้ความชื้น หรืออุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลง ฉนวนใยหินรองรับน้ำหนักได้ดี ยุบตัวได้ยาก มีประสิทธิภาพตลอดช่วงอายุการใช้งาน ไม่จำเป็นจะต้องเปลี่ยนบ่อย ๆ

    5. ฉนวนใยหินปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน
    อย่างที่เราได้กล่าวไปข้างต้นว่าฉนวนใยหินไม่ใช่แร่ใยหินจึงไม่มีสารก่อมะเร็งใด ๆ และไม่เกิดฝุ่นฟุ้งกระจาย นอกจากนั้นแล้วฉนวนใยหินยังมีอัตราการดูดซับน้ำที่ต่ำ โครงสร้างของฉนวนมีช่องว่าง ทำให้เมื่อเปียกน้ำก็จะระบายอากาศได้ แห้งไว ไม่ก่อให้เกิดเชื้อราที่อาจเป็นอันตรายกับผู้อยู่อาศัย ในกรณีที่เกิดเพลิงไหม้ ฉนวนใยหินก็จะไม่ก่อให้เกิดควันพิษด้วย

    6. ฉนวนใยหินเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
    ฉนวนใยหินถูกผลิตมาจากหินภูเขาไฟที่เป็นวัสดุทดแทนและมีความยั่งยืน สามารถนำกลับมาใช้ใหม่และช่วยลดการใช้ทรัพยากร ในกระบวนการผลิตฉนวนใยหินจะไม่มีส่วนประกอบของก๊าซ CFCs, HCFCs, HFCs ที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม หรือก่อให้เกิดการทำลายของชั้นโอโซนซึ่งเป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อน

จะเห็นได้ว่าฉนวนใยหินมีคุณสมบัติเด่นมากมาย สำหรับคนที่เริ่มสนใจ และอยากรู้ว่าเราจะสามารถติดตั้งฉนวนใยหินไว้ในบริเวณไหนของบ้านได้บ้าง เราไปหาคำตอบ


ฉนวนใยหินติดตั้งตรงไหนของบ้านได้บ้าง?

ฉนวนใยหินสามารถขึ้นรูปได้หลายรูปทรง ไม่ว่าจะเป็น ฉนวนใยหินแบบแผ่น ฉนวนใยหินแบบท่อ ฉนวนใยหินแบบม้วน หรือฉนวนใยหินเสริมขดลวด เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกใช้ได้ตามความเหมาะสม และนำมาประยุกต์ใช้งานได้กับหลายพื้นที่ แต่สำหรับบ้านที่อยู่อาศัย เรานิยมติดตั้งฉนวนใยหินไว้บริเวณโครงสร้างต่าง ๆ เช่น หลังคา ฝ้าเพดาน ผนัง พื้น รวมถึงใช้กับระบบต่าง ๆ ภายในบ้าน เช่น ระบบปรับอากาศ ระบบท่อระบายควัน และระบบทำความเย็น เป็นต้น

11
บริหารจัดการอาคาร: ติดแอร์ในห้องนอน ควรติดตรงไหน

          ส่วนมากแล้วแต่ละบ้านจะเลือกติดตั้งแอร์ไว้ในห้องนอน เพื่อให้พักผ่อนนอนหลับได้อย่างสบาย แต่หากติดตั้งแอร์ผิดตำแหน่ง อาจส่งผลให้นอนหลับไม่สบายตัว เพราะร้อน ไม่โดนแอร์ หรือเช้าตื่นมาแล้วน้ำมูกไหล คัดจมูก เพราะแอร์เป่ามาที่หน้าหรือตัวเราโดยตรง ขอแนะนำตำแหน่งที่เหมาะสำหรับการติดแอร์ในห้องนอน

ติดแอร์ตั้งฉากกับเตียงนอน

          ไม่ว่าห้องนอนจะขนาดเล็กหรือใหญ่ ควรติดแอร์ให้ลมเป่าทางขวางกับเตียงนอน แอร์อาจอยู่บริเวณกลางเตียง หรืออยู่ค่อนไปทางบริเวณปลายเตียงก็จะดีมาก จะช่วยให้ลมแอร์ไม่เป่าโดนตัวหรือโดนศีรษะมากเกินไป แต่ยังให้ความเย็นสบายได้ทั่วถึงทั้งห้องอยู่ ข้อควรระวัง หากติดแอร์ที่ปลายเตียง ทิศทางลมจะพัดสวนเข้าจมูก ลมแอร์นั้นอาจพัดพาความชื้น หรือหากแอร์ไม่สะอาดมากพอ ก็อาจพัดพาเชื้อโรคมาสู่ตัวเรา ทำให้เสี่ยงการเกิดภูมิแพ้หรือโรคระบบทางเดินหายใจได้


ไม่ควรติดแอร์เหนืออุปกรณ์ไฟฟ้า

          บริเวณใต้แอร์ไม่ควรวางเฟอร์นิเจอร์หรือสิ่งของใด ๆ โดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิด เพราะขณะที่แอร์กำลังทำงาน อาจมีปัญหาน้ำแอร์หยด จะทำให้สิ่งของเกิดความเสียหาย และหากเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า จะเกิดอุบัติเหตุไฟช็อต ไฟดูด เป็นอันตรายได้


ไม่ควรติดแอร์เหนือประตูห้อง

          หากมีการเปิด – ปิดประตูห้อง อากาศจะถูกพัดเข้า - ออก ทำให้อุณหภูมิบริเวณประตูนั้นไม่คงที่ หากติดแอร์ที่เหนือประตูห้องจะทำให้แอร์เย็นช้า แอร์ทำงานหนักขึ้นและกินไฟมากกว่าปกติ จึงไม่แนะนำให้ติดตั้งแอร์ที่บริเวณนี้

ไม่ควรติดแอร์ในตำแหน่งที่โดนแสงแดดหรือโดนความร้อนโดยตรง

          อย่างที่ทราบกันว่า หากภายในห้องที่ติดแอร์ มีการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้ความร้อน เช่น รีดผ้าในห้องแอร์ จะทำให้แอร์ทำงานหนักขึ้น ข้อนี้ก็คล้ายกัน หากติดแอร์ในบริเวณที่แสงแดดส่องเกือบทั้งวัน อย่างทิศใต้และทิศตะวันตก ความร้อนจะทำให้แอร์ทำงานหนักเช่นกัน จะเปลืองไฟ ค่าไฟก็จะสูงขึ้น เพราะฉะนั้นควรหลีกเลี่ยงการติดแอร์ที่ทิศดังกล่าว แต่หากไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แนะนำให้เลือกติดแอร์แบบฝังฝ้าเพดานแทน

          นอกจากห้องนอนแล้ว หากคุณกำลังมองหาตำแหน่งที่เหมาะกับการติดแอร์สำหรับห้องอื่น ๆ ด้วยเรามีวิธีเลือกตำแหน่งหลัก ๆ อยู่ 2 วิธีมาแนะนำ ดังนี้

          1. เลือกตำแหน่งที่กระจายลมได้ทั่วถึงทั้งห้อง เช่น หากติดแอร์ในห้องที่รูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า แนะนำให้เลือกติดแอร์ด้านที่เป็นผนังแนวยาว ความเย็นจะได้กระจายไปทางซ้ายและขวาได้อย่างทั่วถึง และหากประตูห้องอยู่ทางด้านที่เป็นผนังแนวนอน แนะนำให้ติดแอร์ฝั่งตรงข้ามกับประตูห้อง

          2. เลือกตำแหน่งที่สามารถถอดทำความสะอาดได้สะดวก หากแอร์ถูกใช้งานอยู่เป็นประจำ ก็ควรล้างแอร์เป็นประจำเช่นกัน ซึ่งการถอดแอร์ออกมาล้างทำความสะอาด อาจมีฝุ่นผงหรือสิ่งสกปรกหล่นออกมาด้วย จึงแนะนำให้ติดแอร์ในตำแหน่งที่สะดวกกับการทำความสะอาด

12
จัดฟันบางนา: การปลูกกระดูกฟันเพิ่มความหนา เพื่อฝังรากฟันเทียม

การรักษาด้วยการผ่าตัดฝังรากฟันเทียม เป็นการรักษาทางทันตกรรมที่ช่วยให้ผู้ที่สูญเสียฟัน ซึ่งการรักษาด้วยการผ่าตัดฝังรากฟันเทียมนั้น ทันตแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาว่า ผู้เข้ารับการรักษามีความพร้อมในการรักษาหรือไม่ โดยจะประเมินจากสุขภาพเหงือกโดยรอบจุดที่จะทำการฝังรากฟันเทียม และกระดูกรองรับฟันที่จะใช้ฝังรากฟันเทียมว่ามีความพร้อมหรือไม่ โดยจะดูว่ากระดูกฟันมีความหนาแน่นพอที่จะรองรับรากฟันเทียม และแรงบดเคี้ยวได้หรือไม่ ซึ่งกระดูกรองรับฟันถือเป็นเรื่องสำคัญในการรักษาด้วยการผ่าตัดฝังรากฟันเทียม

หากผู้เข้ารับการรักษามีกระดูกขากรรไกรที่ใช้รองรับฟันที่ไม่พร้อม หรือมีความหนาแน่นไม่พอ ทันตแพทย์จะทำการปลูกกระดูกฟัน เพื่อให้มีความพร้อมในการรักษา ซึ่งหากผู้เข้ารับการรักษามีความหนาแน่นของกระดูกฟันไม่พอ จะต้องทำการปลูกกระดูกฟันเพื่อเพิ่มความหนา เพื่อให้สามารถฝังรากฟันเทียมได้ การปลูกกระดูกนั้น จะส่งผลต่อผลการรักษาโดยตรง หากมีกระดูกฟันไม่เพียงพอ ทันตแพทย์ผู้ทำการรักษาจะไม่แนะนำให้ผู้เข้ารับการรักษาเข้ารับการฝังรากฟันเทียมทันที แต่จะแนะนำให้ผู้เข้ารับการรักษาข้ารับการปลูกกระดูกเสียก่อน

โดยการปลูกกระดูกนั้น มีกระดูกหลายชนิดที่จะนำมาทดแทนและปลูกกระดูกฟัน ยกตัวอย่างเช่น กระดูกของผู้เข้ารับการรักษาเอง ซึ่งกระดูกของผู้เข้ารับการรักษาจะสามารถเข้าได้ดีกับร่างกายของผู้เข้ารับการรักษาอยู่แล้ว ป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนแล้วการติดเชื้ออื่นๆด้วย สำหรับการปลูกกระดูกในการฝังรากฟันเทียมมีหลายวิธี ซึ่งจะขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ในการฝัง ขึ้นอยู่กับปัญหาของแต่ละบุคคล บางคนมีกระดูกฟันที่ไม่เพียงพอ หรือมีความหนาแน่นที่อยู่ในข้อจำกัดที่ไม่สามารถเข้ารับการฝังรากฟันเทียมได้ ก็จะใช้วิธีการปลูกกระดูกฟันเพื่อเพิ่มความหนา การปลูกกระดูกเพื่อเพิ่มความหนา คือการปลูกกระดูกด้านข้าง สามารถใช้กระดูกได้หลากหลายชนิดและมีเทคนิคย่อยๆอีกมากมาย

นอกจากนี้ยังมีการปลูกกระดูกแบบชิ้นเพื่อเพิ่มความหนาหรือความสูง โดยการเก็บกระดูกมาเป็นชิ้น ปลูกแบบชิ้นนั่นเอง ดังนั้นหมายถึงกระดูกที่นิยมนำมาใช้ในการปลูกกระดูกชนิดนี้คือ กระดูกของผู้เข้ารับการรักษา อย่างที่บอกไปแล้วว่า กระดูกจากผู้เข้ารับการรักษาจะดีกว่ากระดูกจากที่อื่น เพราะสามารถเข้ากับเนื้อเยื่อและร่างกายของผู้เข้ารับการรักษาได้ดี โดยไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดภาวะแทรกซ้อน หรือเกิดการติดเชื้อตามมา

สำหรับขั้นตอนการปลูกกระดูกฟัน จะขึ้นอยู่กับวิธีและชนิดของกระดูก ทันตแพทย์จะทำการเอกเรย์ดูก่อนการผ่าตัด การปลูกกระดูกพร้อมกับการรักษาด้วยการผ่าตัดฝังรากฟันเทียมไปพร้อมกัน ในกรณีนี้ เมื่อทันตแพทย์ทำการเอ็กซเรย์และประเมินว่า คนไข้ยังพอมีกระดูกที่จะให้ยึดกับรากฟันเทียมให้แน่นแต่ยังไม่เพียงพอ ต้องมีการปลุกกระดูกเพิ่มแต่ไม่มาก อันนี้จะสามารถฝังรากเทียมพร้อมปลูกกระดูกได้เลยทันที โดยส่วนใหญ่ผู้เข้ารับการรักษาจะพึงพอใจกับวิธีการรักษาแบบนี้ เพราะมีการผ่าตัดเพียงครั้งเดียว นอกจากนี้ยังใช้ระยะเวลารอเพื่อทำครอบฟันหลังจากฝังรากฟันเทียมประมาณ 3-4 เดือน ต่อมาวิธีการปลูกกระดูกก่อนแล้วค่อยฝังรากฟันเทียมอีกครั้ง

ในกรณีนี้คือทันตแพทย์เห็นแล้วว่ามีกระดูกฟันน้อยมาก ไม่สามารถที่จะยึดรากฟันเทียมให้อยู่แน่นได้ หากทำการฝังรากฟันเทียมไปอาจจะหลุดได้ จึงพิจารณาการปลูกกระดูกก่อน เพื่อให้มีกระดูกพอแล้วถึงฝังรากฟันเทียมอีกรอบ ในกรณีนี้ผู้เข้ารับการรักษาจะต้องได้รับการผ่าตัด 2 รอบ ใช้ระยะเวลาในการปลูกกระดูกแล้ว ต้องรอไม่น้อยกว่า 6 เดือน ถึงจะเข้ารับการรักษาด้วยการฝังรากฟันเทียมได้ และต้องรออีก 3 เดือนถึงจะทำครอบฟันได้ ซึ่งจะใช้ระยะเวลาที่นานพอสมควรเลย ซึ่งถือว่าการปลูกกระดูก เป็นเรื่องที่ดีต่อผู้เข้ารับการรักษา เป็นการเพิ่มอัตราความสำเร็จในการรักษาด้วยการผ่าตัดฝังรากฟันเทียมด้วย เพื่อให้มีผลการรักษาที่น่าพึงพอใจ และป้องกันการเกิดปัญหาที่จะตามมาในอนาคต

13
ตรวจอาการเบื้องต้นด้วยตนเอง: ผมร่วงตามธรรมชาติ

ทุกๆ วันเส้นผมของเรามีการหลุดร่วงตามธรรมชาติเป็นปกติ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวงจรการเติบโตของเส้นผม แต่หากผมเริ่มร่วงในปริมาณที่ผิดปกติ อาจเป็นสัญญาณของความผิดปกติบางอย่างได้

วงจรการเติบโตของเส้นผม

เส้นผมทุกเส้นมีวงจรชีวิตเป็นของตัวเอง ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็น 3 ระยะหลักๆ

ระยะเจริญเติบโต (Anagen): เป็นระยะที่เส้นผมเติบโตอย่างต่อเนื่องและงอกออกมาจากรูขุมขน ซึ่งเป็นระยะที่ยาวนานที่สุด โดยเฉลี่ยประมาณ 2-7 ปี

ระยะพักตัว (Catagen): เป็นระยะสั้นๆ ที่รูขุมขนจะหดตัวและเส้นผมจะหยุดการเติบโต ซึ่งกินเวลาประมาณ 10 วัน

ระยะหลุดร่วง (Telogen): เป็นระยะที่เส้นผมจะหลุดร่วงออกจากหนังศีรษะ โดยมีเส้นผมใหม่เตรียมงอกขึ้นมาแทนที่ในรูขุมขนเดิม ซึ่งกินเวลาประมาณ 3 เดือน

ดังนั้น การที่ผมร่วงประมาณ 50-100 เส้นต่อวัน ถือเป็นเรื่องปกติและเป็นส่วนหนึ่งของวงจรชีวิตของเส้นผม


สาเหตุที่ทำให้ผมร่วงมากกว่าปกติ

หากคุณเริ่มสังเกตว่าผมร่วงมากกว่า 100 เส้นต่อวัน อาจเกิดจากปัจจัยต่างๆ ดังนี้

ความเครียด: ภาวะความเครียดสะสมสามารถกระตุ้นให้เส้นผมเข้าสู่ระยะหลุดร่วงได้เร็วกว่าปกติ

การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน: การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่น หลังคลอดบุตร, วัยหมดประจำเดือน, หรือปัญหาเกี่ยวกับไทรอยด์

การขาดสารอาหาร: การขาดสารอาหารที่จำเป็นต่อเส้นผม เช่น โปรตีน, ธาตุเหล็ก, และสังกะสี

โรคบางชนิด: โรคเกี่ยวกับหนังศีรษะ, โรคภูมิต้านตนเอง (เช่น โรคผมร่วงเป็นหย่อม)

การทำผมด้วยสารเคมีหรือความร้อน: การยืด, ดัด, ทำสี, หรือการใช้ความร้อนในการทำผมเป็นประจำ

หากคุณกังวลเกี่ยวกับปัญหาผมร่วง ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านเส้นผมและหนังศีรษะเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและรับคำแนะนำในการดูแลที่เหมาะสมค่ะ

14
โรคต่อมลูกหมากโต (Benign prostatic hyperplasia/BPH)

ผู้ชายเมื่อมีอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป ต่อมลูกหมาก* จะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงเป็นก้อนโต แล้วจะโตขึ้นเรื่อย ๆ ตามอายุ เมื่อโตมากจะเกิดแรงกดต่อท่อปัสสาวะ ทำให้มีอาการผิดปกติของการถ่ายปัสสาวะ ซึ่งส่วนใหญ่จะมีอาการแสดงเมื่อมีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป และยิ่งมีอายุมากขึ้นก็จะมีอาการแสดงของโรคนี้มากขึ้น ส่วนผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 40 ปีจะพบได้น้อย

ผู้ชายที่มีต่อมลูกหมากโต บางรายอาจไม่มีอาการผิดปกติของการถ่ายปัสสาวะ และความรุนแรงของอาการก็ไม่ได้ขึ้นกับขนาดของต่อมลูกหมากเสมอไป กล่าวคือ ผู้ที่มีต่อมลูกหมากขนาดที่โตกว่า อาจมีอาการแสดงน้อยกว่าผู้ที่มีต่อมลูกหมากโตในขนาดที่เล็กกว่าก็ได้

*ต่อมลูกหมาก (prostate gland) เป็นต่อมของระบบอวัยวะสืบพันธุ์ในผู้ชาย อยู่ตรงด้านหลังของคอกระเพาะปัสสาวะในอุ้งเชิงกรานหลังกระดูกหัวหน่าว โดยอยู่รอบท่อปัสสาวะ ต่อมลูกหมากมี 5 กลีบ มีขนาดเท่าลูกเกาลัด หนักประมาณ 20 กรัม ต่อมนี้จะผลิตของเหลว (ซึ่งมีสารประกอบหลายชนิด) ทำหน้าที่เป็นน้ำหล่อเลี้ยงเชื้ออสุจิ ของเหลวที่ผลิตจากต่อมลูกหมากนี้นับเป็นประมาณร้อยละ 30 ของน้ำอสุจิที่หลั่งออกมาทั้งหมด

สาเหตุ

ยังไม่ทราบแน่ชัด เชื่อว่ามีความสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเพศชาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งฮอร์โมนเพศชายที่ชื่อว่า ไดไฮโดรเทสโทสเทอโรน (dihydrotestosterone) ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้ต่อมลูกหมากโต พบว่ามีระดับสูงขึ้นในผู้ชายสูงอายุ

นอกจากนี้ พบว่ามีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่อมลูกหมากโต ที่สำคัญ ได้แก่

    อายุ พบมากในผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป
    ประวัติครอบครัว ผู้ที่มีคนในครอบครัวเป็นโรคต่อมลูกหมากโตจะมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคนี้มากกว่าปกติ 
    ผู้มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด 
    ผู้ที่มีภาวะอ้วน

อาการ

ผู้ป่วยจะมีอาการถ่ายปัสสาวะลำบาก ต้องออกแรงเบ่งหรือรอนานกว่าจะถ่ายปัสสาวะออกมาได้ ทำให้ใช้เวลาในการถ่ายปัสสาวะนาน ปัสสาวะไม่พุ่งเหมือนคนปกติ ลำปัสสาวะมีลักษณะเบี้ยวหรือเล็กลง มีความรู้สึกเหมือนถ่ายปัสสาวะไม่สุด และปัสสาวะบ่อย (ห่างกันไม่ถึง 2 ชั่วโมง)

นอกจากนี้ เวลามีความรู้สึกปวดปัสสาวะ ต้องรีบเข้าห้องน้ำทันที อาจมีอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ หากเข้าห้องน้ำไม่ทัน อาจมีปัสสาวะเล็ด หรือปัสสาวะราด หลังเข้านอนตอนกลางคืนต้องลุกขึ้นปัสสาวะบ่อย และบางครั้งอาจปัสสาวะรดกางเกงหรือที่นอน

อาจมีอาการถ่ายปัสสาวะกะปริดกะปรอย ถ่าย ๆ หยุด ๆ หลายครั้ง ในช่วงท้ายของการถ่ายอาจมีปัสสาวะออกเป็นหยด ๆ 

บางรายอาจมีอาการถ่ายมีเลือดออกปนในปัสสาวะ เนื่องจากหลอดเลือดดำที่ท่อปัสสาวะถูกแรงกดดัน ทำให้เกิดการแตกมีเลือดออกได้

อาการมักค่อย ๆ เป็นมากขึ้นอย่างช้า ๆ บางรายอาจมีอาการคงที่ หรืออาจรู้สึกดีขึ้นชั่วคราว ในระยะต่อมา (อาจนานเป็นปี ๆ ถึงหลายปี) เมื่อต่อมลูกหมากโตมากและกดท่อปัสสาวะอย่างรุนแรง ก็จะทำให้ผู้ป่วยมีอาการถ่ายปัสสาวะลำบากมากขึ้น บางรายอาจถึงขั้นถ่ายปัสสาวะไม่ออก มีความรู้สึกปวดปัสสาวะ ปวดตึงท้องน้อย และคลำได้ก้อนของกระเพาะปัสสาวะที่มีปัสสาวะคั่งเต็ม

บางครั้งอาการปัสสาวะไม่ออกเฉียบพลันอาจเกิดหลังจากใช้ยาที่มีฤทธิ์แอนติโคลิเนอร์จิก เช่น แอนติสปาสโมดิก ยาแก้แพ้ ยาทางจิตประสาท ยาบรรเทาปวดกลุ่มโอพิออยด์ (opioid เช่น มอร์ฟีน โคเดอีน ทรามาดอล เป็นต้น) และยากลุ่มกระตุ้นประสาทซิมพาเทติก (sympathomimetic) เช่น อะดรีนาลิน สูโดเอฟีดรีน เป็นต้น หรืออาจเกิดหลังดื่มแอลกอฮอล์ วางยาสลบ หรือนอนอยู่นาน ๆ (ไม่ได้เคลื่อนไหวร่างกาย)


ภาวะแทรกซ้อน

หากปล่อยให้ท่อปัสสาวะเกิดการอุดกั้นรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ นานนับเป็นปี ๆ อาจมีภาวะแทรกซ้อนตามมา อาทิ

    ผนังกระเพาะปัสสาวะหนาตัวและอ่อนแรงในการบีบขับปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะออกได้น้อยกว่าคนปกติ มีปัสสาวะค้างอยู่ในกระเพาะปัสสาวะ (เป็นเหตุให้มีอาการถ่ายปัสสาวะผิดปกติมากขึ้น และเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมา)
    การติดเชื้อของทางเดินปัสสาวะ เช่น กระเพาะปัสสาวะอักเสบ กรวยไตอักเสบ 
    การเกิดนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ
    การอุดกั้นของท่อปัสสาวะ เกิดแรงดันย้อนขึ้นทางเดินปัสสาวะด้านบน ทำให้ท่อไตและไตบวม ไตเสื่อม
    ท่อปัสสาวะเกิดการอุดกั้นอย่างสมบูรณ์ ทำให้ถ่ายปัสสาวะไม่ออก มีปัสสาวะคั่งเต็มในกระเพาะปัสสาวะ จำเป็นต้องแก้ไขด้วยการใส่สายสวนปัสสาวะ หรือผ่าตัด
    ไตวายเรื้อรัง


การวินิจฉัย

แพทย์จะวินิจฉัยเบื้องต้นจากอาการ ประวัติการเจ็บป่วย และการตรวจร่างกาย ซึ่งอาจมีสิ่งตรวจพบดังนี้

การใช้นิ้วมือตรวจทางทวารหนัก (โดยการใส่ถุงมือและมีสารหล่อลื่น) อาจคลำได้ต่อมลูกหมากที่โตกว่าปกติ

ในรายที่มีอาการถ่ายปัสสาวะไม่ออก อาจคลำได้ก้อนของกระเพาะปัสสาวะที่มีปัสสาวะคั่งเต็ม

แพทย์จะทำการวินิจฉัยให้แน่ชัดโดยการตรวจพิเศษเพิ่มเติม เช่น การตรวจอัลตราซาวนด์ การถ่ายภาพรังสีทางเดินปัสสาวะโดยการฉีดสารทึบรังสีเข้าหลอดเลือดดำ (intravenous urography) การใช้กล้องส่องตรวจกระเพาะปัสสาวะ (cystoscopy) เป็นต้น นอกจากนี้อาจทำการตรวจปัสสาวะ (ดูการติดเชื้อหรือเลือดออก) ตรวจระดับครีอะตินีนในเลือด (ดูภาวะไตวาย) ตรวจสารพีเอสเอในเลือด (PSA)*

ในรายที่สงสัยว่าอาจเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก (เช่น ตรวจพบระดับพีเอสเอในเลือดสูงผิดปกติ) แพทย์จะทำการตรวจชิ้นเนื้อต่อมลูกหมาก 

บางรายแพทย์อาจทำการทดสอบความแรงและปริมาณของการถ่ายปัสสาวะ (urinary flow test) และการวัดปริมาณปัสสาวะที่ค้างหลังถ่ายปัสสาวะ (postvoid residual volume test) เพื่อติดตามประมาณความรุนแรงของโรค

*พีเอสเอ (Prostate specific antigen/PSA) เป็นสารที่สร้างโดยเนื้อเยื่อต่อมลูกหมาก ระดับพีเอสเอในเลือดมีค่าปกติต่ำกว่า 4 นาโนกรัม/มล. ถ้ามีค่าสูงกว่าปกติ แสดงว่าอาจมีพยาธิสภาพของต่อมลูกหมาก เช่น ต่อมลูกหมากโต ต่อมลูกหมากอักเสบ มะเร็งต่อมลูกหมาก ต่อมลูกหมากได้รับบาดเจ็บหรือผ่าตัด เป็นต้น

ถ้ามีค่าระหว่าง 4-10 นาโนกรัม/มล. อาจเป็นมะเร็งหรือไม่ใช่มะเร็งก็ได้

ถ้ามากกว่า 10 นาโนกรัม/มล. มีโอกาสเป็นมะเร็งสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ถ้าเป็นสาเหตุที่ไม่ใช่มะเร็งมักจะมีค่าต่ำกว่า 20 นาโนกรัม/มล.

ถ้ามีค่ามากกว่า 100 นาโนกรัม/มล. มักจะเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากชนิดแพร่กระจาย

ถ้ามีค่าพีเอสเอเพิ่มขึ้นปีละ 0.8 นาโนกรัม/มล. หรือมากกว่า อาจบ่งชี้ว่ากำลังมีมะเร็งเกิดขึ้น

ผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งต่อมลูกหมากบางรายก็อาจมีค่าพีเอสเออยู่ในระดับปกติก็ได้

การรักษาโดยแพทย์

1. ในรายที่เป็นระยะแรกเริ่ม มีอาการเล็กน้อย แพทย์จะแนะนำการปฏิบัติตัวสำหรับผู้ป่วย และเฝ้าติดตามดูอาการเป็นระยะ

2. การรักษาต่อมลูกหมากโตด้วยยา ในรายที่มีอาการปัสสาวะลำบากมากขึ้น มีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต หรืออยู่ระหว่างรอผ่าตัดหรือมีข้อห้ามในการผ่าตัด แพทย์จะให้การรักษาด้วยยาชนิดใดชนิดหนึ่ง ดังนี้

    ยากลุ่มปิดกั้นแอลฟา (alpha-blockers) เช่น แทมซูโลซิน (tamsulosin) พราโซซิน (prazosin) เทราโซซิน (terazosin) ดอกซาโซซิน (doxazosin) เป็นต้น ยากลุ่มนี้ออกฤทธิ์ลดการเกร็งของกล้ามเนื้อต่อมลูกหมากและกล้ามเนื้อหูรูดที่คอกระเพาะปัสสาวะ ทำให้ถ่ายปัสสาวะได้คล่องขึ้น นอกจากนี้ยังมีฤทธิ์ลดความดันโลหิต เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีโรคความดันโลหิตสูงร่วมด้วย
    ยากลุ่มยับยั้งเอนไซม์แอลฟารีดักเทส (alpha reductase inhibitors) เช่น ไฟนาสเตอไรด์ (finasteride), ดูทาสเตอไรด์ (dutasteride) ยานี้มีฤทธิ์ยับยั้งไม่ให้เทสโทสเทอโรนเปลี่ยนเป็นไดไฮโดรเทสโทสเทอโรน (ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้ต่อมลูกหมากโต) ก็จะทำให้ต่อมลูกหมากเล็กลงได้ประมาณร้อยละ 30 ยานี้มีข้อดีทำให้ผมดกขึ้น เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีผมบางหรือศีรษะล้านร่วมด้วย
    ในรายที่ใช้ยากลุ่มใดกลุ่มหนึ่งไม่ได้ผลเท่าที่ควร แพทย์จะให้ยาทั้ง 2 กลุ่มข้างต้นร่วมกัน

3. การรักษาต่อมลูกหมากโตด้วยการผ่าตัด ในรายที่ใช้ยาไม่ได้ผลหรือการใช้ยามีผลข้างเคียงมาก มีอาการรุนแรงหรือกระทบต่อการดำเนินชีวิต หรือมีภาวะแทรกซ้อน (เช่น มีอาการปัสสาวะไม่ออก ปัสสาวะเป็นเลือดบ่อย ๆ เป็นโรคติดเชื้อของทางเดินปัสสาวะบ่อย ๆ มีนิ่วกระเพาะปัสสาวะ มีภาวะผิดปกติของไตหรือไตเสื่อม) แพทย์จะทำการรักษาด้วยการผ่าตัดซึ่งมีอยู่หลายวิธีด้วยกัน อาทิ

    การผ่าตัดต่อมลูกหมากผ่านกล้องส่องทางท่อปัสสาวะ (transurethral resection of the prostate/TURP) เป็นวิธีมาตรฐานที่ใชักันมากในการรักษาโรคต่อมลูกหมากโต แพทย์จะตัดเอาเนื้อเยื่อต่อมลูกหมากออก ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถถ่ายปัสสาวะได้แรงทันทีหลังผ่าตัด วิธีนี้ช่วยให้หายดีเป็นส่วนใหญ่ (มีเพียงส่วนน้อยที่อาจกำเริบใหม่) แต่หลังผ่าตัด จำเป็นต้องใส่สายสวนปัสสาวะเป็นการชั่วคราวสักระยะหนึ่ง และอาจมีผลแทรกซ้อนตามมา เช่น เกิดการติดเชื้อของทางเดินปัสสาวะ ปัสสาวะมีเลือดออก ภาวะกลั้นปัสสาวะไม่ได้ (incontinence) ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (erectile dysfunction) ภาวะอสุจิไหลกลับเข้าไปในกระเพาะปัสสาวะ เป็นต้น
    การกรีดต่อมลูกหมากผ่านกล้องส่องทางท่อปัสสาวะ (transurethral incision of the prostate/TUIP) โดยใช้มีดไฟฟ้าหรือเลเซอร์กรีดต่อมลูกหมากเป็นรอยเล็ก ๆ 1-2 รอย เพื่อลดแรงกดต่อท่อปัสสาวะ ทำให้ท่อปัสสาวะขยายกว้างขึ้น ปัสสาวะไหลออกได้ดีขึ้น วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ป่วยต่อมลูกหมากโตในขนาดไม่มาก
    การผ่าตัดต่อมลูกหมากด้วยเลเซอร์ (prostate laser surgery) โดยสอดเครื่องมือผ่านกล้องส่องทางท่อปัสสาวะ แล้วใช้เลเซอร์พลังงานสูงทำลายหรือตัดเอาเนื้อเยื่อต่อมลูกหมากที่อุดกั้นท่อปัสสาวะออกไป ช่วยให้ปัสสาวะได้ดีขึ้น การรักษาด้วยเลเซอร์มีหลายวิธี

การผ่าตัดด้วยเลเซอร์มีข้อดี คือ เสียเลือดน้อย ฟื้นตัวได้เร็วกว่า และมีผลข้างเคียงน้อยกว่าการผ่าตัดแบบดั้งเดิม (ที่ไม่ใช้เลเซอร์) ทำเสร็จสามารถกลับบ้านได้เลยหรือพักในโรงพยาบาลเพียง 1-2 วัน วิธีนี้เหมาะกับผู้ป่วยที่ไม่สามารถรักษาด้วยวิธีอื่น ๆ (เช่น ผู้ป่วยที่ต้องกินยาละลายลิ่มเลือด) รวมทั้งผู้ป่วยที่ไม่ต้องการนอนโรงพยาบาลหรือใส่สายสวนปัสสาวะเป็นเวลานาน

    การผ่าตัดด้วยการใช้คลื่นไมโครเวฟ (transurethral microwave thermotherapy/TUMT) โดยการใช้อุปกรณ์พิเศษสอดผ่านท่อปัสสาวะเข้าไปในต่อมลูกหมาก แล้วใช้คลื่นไมโครเวฟในการกำจัดเนื้อเยื่อบางส่วนของต่อมลูกหมากออกไป ทำให้ต่อมลูกหมากหดตัวลง ช่วยให้ปัสสาวะได้ดีขึ้น ข้อดีคือ ผลข้างเคียงน้อยและฟื้นตัวเร็ว แต่มีข้อเสียคือ บางรายอาจมีอาการกำเริบใหม่และต้องทำการรักษาเพิ่มเติม
    การผ่าตัดต่อมลูกหมากแบบเปิดเข้าหน้าท้อง (open prostatectomy) สำหรับผู้ป่วยต่อมลูกหมากที่มีขนาดโตมาก แพทย์จะทำการผ่าตัดโดยการเปิดเข้าหน้าท้องส่วนล่าง เข้าไปตัดเอาเนื้อเยื่อต่อมลูกหมากออก (suprapubic หรือ retropubic prostatectomy) วิธีนี้อาจทำให้มีเลือดออก (อาจออกมากจนต้องให้เลือด) และจำเป็นต้องพักรักษาในโรงพยาบาลเป็นเวลานานกว่าการผ่าตัดโดยการใช้กล้องส่อง นอกจากนี้ยังอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ เช่น การติดเชื้อของทางเดินปัสสาวะ ภาวะกลั้นปัสสาวะไม่ได้ ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ภาวะอสุจิไหลกลับเข้าไปในกระเพาะปัสสาวะ เป็นต้น
    การผ่าตัดต่อมลูกหมากโดยใช้หุ่นยนต์ช่วย ในปัจจุบันการผ่าตัดต่อมลูกหมากแบบเปิดเข้าหน้าท้อง แพทย์นิยมใช้หุ่นยนต์ช่วย (robot-assisted prostatectomy) ซึ่งช่วยให้มีเลือดออกน้อย แผลผ่าตัดเล็ก (ทำให้ปวดแผลและมีรอยแผลน้อย) ฟื้นตัวเร็ว และลดระยะการพักอยู่โรงพยาบาลลง เมื่อเทียบกับการไม่ใช้หุ่นยนต์ช่วย

4. การรักษาด้วยวิธีอื่น ๆ สำหรับผู้ป่วยบางรายที่ใช้ยาไม่ได้ผลหรือไม่อาจใช้ยารักษา และเป็นผู้ป่วยที่มีอายุมากหรือสุขภาพไม่แข็งแรงซึ่งมีความเสี่ยงสูงต่อการผ่าตัด หรือผู้ป่วยยังไม่พร้อมเข้ารับการผ่าตัด แพทย์อาจเลือกรักษาด้วยวิธีอื่นที่ง่าย มีความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนน้อยกว่าการผ่าตัดต่อมลูกหมาก ซึ่งสามารถช่วยบรรเทาอาการได้ดี แต่อาจมีอาการกำเริบ ซึ่งจำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดในอนาคต

ในปัจจุบันมีหลายวิธีที่แพทย์จะเลือกใช้ตามความเหมาะสมกับสภาพของผู้ป่วยแต่ละราย ตัวอย่างเช่น

    การรักษาด้วยวิธียกเนื้อเยื่อต่อมลูกหมากออกจากท่อปัสสาวะ (prostatic urethral lift/PUL) ที่เรียกว่า “เทคนิคยูโรลิฟต์ (UroLift)” โดยการใส่อุปกรณ์พิเศษขนาดจิ๋วผ่านกล้องส่องท่อปัสสาวะ เข้าไปกดบีบด้านข้างของต่อมลูกหมาก เพื่อยกเนื้อเยื่อต่อมลูกหมากออกจากท่อปัสสาวะ ช่วยให้ปัสสาวะไหลออกได้ดี
   
    การรักษาโรคต่อมลูกหมากโตด้วยไอน้ำ (water vapor thermal therapy/WVT หรือ Rezum therapy) โดยการฉีดไอน้ำที่มีอุณหภูมิ 103 องศาเซลเซียสเข้าไปในต่อมลูกหมาก ทำให้เซลล์ที่อุดตันท่อทางเดินปัสสาวะตาย และถูกกำจัดเซลล์ออกไป ต่อมลูกหมากจะมีขนาดเล็กลง และท่อปัสสาวะเปิดกว้างให้ปัสสาวะไหลออกได้ดี


5. ให้การรักษาภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้น เช่น ให้ยาปฏิชีวนะรักษาโรคติดเชื้อของทางเดินปัสสาวะ ใช้สายสวนปัสสาวะในรายที่ปัสสาวะไม่ออก เป็นต้น

ผลการรักษา ถ้าได้รับการรักษาด้วยยาหรือการผ่าตัด อาการจะทุเลาได้ มีคุณภาพชีวิตที่ดี และป้องกันไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อน แต่ต้องคอยติดตามการรักษากับแพทย์เป็นระยะ


การดูแลตนเอง

หากสงสัย เช่น มีอาการถ่ายปัสสาวะลำบาก ต้องออกแรงเบ่งหรือรอนานกว่าจะถ่ายปัสสาวะออกมาได้ ใช้เวลาในการถ่ายปัสสาวะนาน ปัสสาวะไม่พุ่ง ลำปัสสาวะเบี้ยวหรือเล็กลง มีความรู้สึกเหมือนถ่ายไม่สุดและปัสสาวะบ่อย มีความรู้สึกเวลาปวดปัสสาวะต้องรีบเข้าห้องน้ำทันที ควรปรึกษาแพทย์

เมื่อตรวจพบว่าเป็นต่อมลูกหมากโต ควรดูแลตนเอง ดังนี้

    รักษา กินยา และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์
    ติดตามรักษากับแพทย์ตามนัด
    หลีกเลี่ยงการซื้อยามาใช้เอง เนื่องจากยาหลายชนิด (เช่น ยาแก้แพ้แก้หวัด ยาแก้ปวดท้องกลุ่มแอนติสปาสโมดิก) อาจทำให้ปัสสาวะลำบากหรือปัสสาวะไม่ออกได้
    ดื่มน้ำให้เพียงพอ ประมาณวันละ 8-10 แก้ว แต่ก่อนเข้านอน 1-2 ชั่วโมงควรดื่มน้ำให้น้อยลง เพื่อลดปริมาณปัสสาวะ ไม่ต้องตื่นขึ้นมาถ่ายปัสสาวะตอนกลางดึก
    หลีกเลี่ยงการดื่มชา กาแฟ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะสารเหล่านี้กระตุ้นให้มีปัสสาวะออกมาก ทำให้อาการเป็นมากขึ้น
    ลดน้ำหนักถ้าอ้วนหรือน้ำหนักเกิน ด้วยการออกกำลังกายและควบคุมอาหารการกิน
    ถ่ายปัสสาวะทันทีเมื่อเริ่มรู้สึกปวดถ่าย อย่าอั้นปัสสาวะ อาจทำให้กล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะยืดตัวมากเกิน ทำให้ผนังกระเพาะปัสสาวะหย่อนยานได้
    หลังถ่ายปัสสาวะสุดในครั้งแรกแล้ว รอสักครู่เดียวให้ถ่ายอีกครั้ง เพื่อลดปริมาณปัสสาวะที่คั่งค้าง
    หมั่นเคลื่อนไหวร่างกาย (การนั่งหรือนอนนาน ๆ อาจทำให้ปัสสาวะคั่งอยู่ในกระเพาะปัสสาวะมากเกิน)
    รักษาร่างกายให้อบอุ่น หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่มีอากาศเย็น เพราะมีผลให้มีปัสสาวะคั่งมากเกิน


ควรกลับไปพบแพทย์ก่อนนัด ถ้ามีลักษณะข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้

    ดูแลรักษาแล้วอาการถ่ายปัสสาวะผิดปกติรุนแรงขึ้น
    มีอาการไข้ ปัสสาวะแสบขัด ปัสสาวะขุ่นหรือเป็นเลือด หรือปัสสาวะไม่ออก
    ขาดยา ยาหาย หรือกินยาไม่ได้
    มีอาการที่สงสัยว่าเป็นผลข้างเคียงจากยาหรือแพ้ยา เช่น ลมพิษ ผื่นคัน ตุ่มพุพอง ตาบวม ปากบวม หายใจมีเสียงดังวี้ด ๆ หายใจลำบาก เวียนศีรษะ บ้านหมุน หน้ามืดเป็นลม ตามัว หูอื้อ หูตึง ปวดท้อง ท้องผูก ท้องเดิน ถ่ายอุจจาระดำ คลื่นไส้ อาเจียน ดีซ่าน (ตาเหลือง) จุดแดงจ้ำเขียว บวม ไอเรื้อรัง เป็นต้น

การป้องกัน

โรคนี้เกิดมากขึ้นตามอายุที่มากขึ้น และยังไม่มีวิธีป้องกันที่ได้ผล แต่อาจลดความเสี่ยงของการเกิดโรคนี้ด้วยการปฏิบัติตัว ดังนี้

    ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
    กินผักและผลไม้ให้มาก และลดการกินอาหารที่มีไขมันสูงและน้ำตาล
    ออกกำลังกายเป็นประจำ

ข้อแนะนำ

1. โรคนี้เป็นภาวะที่ไม่รุนแรง และมีทางรักษาให้หายได้ แต่ถ้าปล่อยไว้ อาจมีภาวะแทรกซ้อนอันตรายร้ายแรงได้ ดังนั้น ผู้ป่วยควรติดตามรักษากับแพทย์อย่างต่อเนื่อง และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์

2. อาการถ่ายปัสสาวะลำบากในผู้ชายสูงอายุ อาจมีสาเหตุจากโรคมะเร็งของต่อมลูกหมาก หรือมะเร็งของกระเพาะปัสสาวะก็ได้ ซึ่งบางครั้งอาจแยกอาการจากต่อมลูกหมากโตไม่ออก ดังนั้นทางที่ดีควรแนะนำให้ผู้ชายสูงอายุที่มีอาการปัสสาวะลำบากไปตรวจที่โรงพยาบาลทุกราย

15
การจัดฟันเด็ก EF line สามารถช่วยแก้ปัญหาหายใจทางปากในเด็กได้หรือไม่

เด็กหลายคนอาจจะมีปัญหาอาการนอนกรน แม้จะพบได้ไม่บ่อย และยังเป็นปัญหาที่พ่อแม่หลายคนมองข้าม เพราะคิดว่าไม่มีอันตรายร้ายแรง แต่ความจริงแล้วเป็นปัญหาที่อันตรายต่อสุขภาพของเด็กถึงขั้นเสียชีวิตได้ ภาวะนอนกรนจะพบในเด็กที่มีอายุระหว่าง 2 – 6 ปี เนื่องจากเด็กวัยนี้จะมีต่อมทอนซิล และต่อมอะดีนอยด์ ที่ทำให้เกิดการอุดกั้นของระบบทางเดินหายใจจนเกิดเสียงกรนที่เป็นภาวะอันตราย ซึ่งปัญหาเหล่านี้อาจจะเกิดจากการผิดปกติของกล้ามเนื้อของใบหน้า ซึ่งสามารถแก้ไขได้ด้วยการจัดฟันในเด็กหรือที่เรียกว่า EF Line ซึ่งเครื่องมือ EF line เป็นชุดเครื่องมือที่สามารถใช้แก้ไขปัญหากล้ามเนื้อที่มีการทำงานผิดปกติ ช่วยปรับตำแหน่งของลิ้น ช่วยส่งเสริมการปรับรูปของกระดูก เนื่องจากกระดูกใบหน้าส่วนกลางและกระดูกขากรรไกรล่างมีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่องตามช่วงอายุ ดังนั้น ตามหลักการแล้วหากต้องการปรับโครงสร้างใบหน้าจึงต้องทำการเริ่มแก้ไขในช่วงที่เด็กยังมีการเจริญเติบโต

ดังนั้น เครื่องมือ EF Line ก็จะช่วยแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับภาวะการหายใจทางปากของเด็กได้ เพราะการหายใจทางปากเป็นวิธีการหายใจที่ไม่ถูกต้อง เพราะการหายใจผ่านทางปากแทนจมูกนั้น จะไปลดความเข้มข้นของออกซิเจนในเลือด อีกทั้งมีความดันโลหิตสูงและอาจจะมีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจได้ เพราะฉะนั้น การที่เด็กหายใจทางปากในขณะที่นอนหลับอาจทำให้รู้สึกเหนื่อยเนื่องจากการหายใจอาจจะส่งผลต่อพัฒนาการของโครงสร้างช่องปากและใบหน้า ซึ่งอาจจะพบความผิดปกติได้ นอกจากนี้ เมื่อหายใจทางปากไปนานๆ อาจก่อให้เกิดความผิดปกติของฟันและใบหน้า ยกตัวอย่างเช่น โครงหน้าเบี้ยว ฟันซ้อนเก หรือเหงือกร่นได้พ่อแม่ผู้ปกครอง ควรจะสังเกตอาการผิดปกติของลูกน้อยและถ้าหากพบสัญญาณผิดปกติควรเข้าพบทันแพทย์จัดฟันเพื่อรักษาด้วยการจัดฟันด้วยโปรแกรม EF Line

สำหรับวันนี้ทางคลินิกจะมาพูดถึงเครื่องมือ EF Line ที่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาการหายใจทางปากในเด็กได้ สำหรับการหายใจทางปากนั้น  มักพบเมื่อมีการรบกวนระบบทางเดินหายใจ เช่น ภูมิแพ้ ต่อมทอลซินอักเสบ มักพบว่าผู้ที่มีอาการปากแห้งเสมอๆ นอนกรน ผลเสียที่เกิดขึ้นคือ ความสูงของใบหน้าด้านล่างมีค่ามากกว่าปกติ การสบฟันหน้าเปิด ขากรรไกรบนแคบกว่าปกติ การแก้ไขต้องพิจารณาสาเหตุที่มีความจำเป็นต้องหายใจทางปากอยู่เพราะความเคยชิน ควรปรึกษาทันตแพทย์เพื่อใส่เครื่องมือแก้ไข


ทั้งนี้ เด็กที่ปัญหาในเรื่องของการกลืนที่ผิดปกติ ก็สามารถใช้เครื่องมือ EF Line ในการรักษาได้เช่นเดียวกัน เพราะ การกลืนที่ผิดปกติและตำแหน่งของลิ้นที่ผิดปกติ ในขณะกลืนอาจจะทำให้ยื่นลิ้นออกมาอยู่ระหว่างปลายฟันหน้าบนและล่าง ต้องพิจารณาจากขนาดของลิ้น โดยลิ้นอาจมีขนาดใหญ่ผิดปกติ เนื่องจากโรคทางระบบและตำแหน่งของลิ้นในขณะพักตำแหน่งของลิ้นที่ปกติอาจเป็นผลจากกระบวนการปรับตัว มักพบในคนไข้ภูมิแพ้ มีการอุดตันของช่องจมูก ขากรรไกรบนแคบมาก ความสูงของใบหน้ามากผิดปกติควรมาพบทันตแพทย์เพื่อทำการแก้ไข ฟันหน้าห่าง การสบฟันหลังคร่อม

การพูดออกเสียงไม่ชัด และเกิดการพัฒนาใบหน้าแนวดิ่งมากกว่าปกติ ซึ่งทั้งสองปัญหานี้ก็มีสาเหตุมาจาก ความผิดปกติของกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้า ซึ่งสามารถแก้ไขได้ด้วยการจัดฟันในเด็ก EF Line ซึ่ง EF line สามารถใช้ได้ในเด็กที่มีอายุ 4-15  ปี โดยเครื่องมือ EF Line สามารถแก้ปัญหารูปหน้าที่มีคางหลุบ ค้างเบี้ยว กระดูกและฟันบนยื่น และกรณีที่เด็กมีรูปหน้าสั้นซึ่งต้องการเพิ่มความสูงใบหน้า  ถ้าหากพบว่า บุตรหลานของท่านมีปัญหาในเรื่องของโครงสร้างใบหน้า หรือกล้ามเนื้อใบหน้าที่มีความผิดปกติ ก็ควรพาบุตรหลานของท่านเข้ารับการแก้ไข เพื่อที่จะได้มีรูปหน้าที่สวยงาม มีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดี เพราะการที่เรามีฟันที่เรียงตัวสวยงาม จะช่วยส่งเสริมในเรื่องของการดูแลสุขภาพฟันที่ง่ายมากขึ้น ทำให้เราทำความสะอาดฟันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ หากพ่อแม่ผู้ปกครองท่านใด สนใจพาบุตรหลานของท่านเข้ารับการจัดฟันในเด็ก หรือมีปัญหาเกี่ยวกับความผิดปกติดังกล่าว สามารถติดต่อขอรับคำแนะนำได้ที่คลินิกเพราะทางเรามีทันตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษา และช่วยวิเคราะห์ใบหน้าและหาแนวทางแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด เพื่อให้เด็กมีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดี และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

หน้า: [1] 2 3 ... 56